ตะลึง! กรมแพทย์ ชี้ ภาคเหนืออุบัติการณ์มะเร็งปอดสูงกว่าพื้นที่อื่น คาดเกิดจากหลายปัจจัย PM2.5 ก็ด้วย

7.04.24 | 18:02 น.

กรมแพทย์ ชี้ ภาคเหนืออุบัติการณ์มะเร็งปอดสูงกว่าพื้นที่อื่น คาดเกิดจากหลายปัจจัย PM2.5 ก็ด้วย

เมื่อวันที่ 7 เมษายน นพ.สกานต์ บุนนาค รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า โรคมะเร็งปอดเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขในภาคเหนือ โดยพบว่ามีอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปอดสูงกว่าภาคอื่นๆ โดยภาคเหนือพบผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดรายใหม่เฉลี่ยปีละ 2,487 ราย หรือประมาณวันละ 7 ราย และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดเฉลี่ยปีละ 1,800 ราย หรือประมาณวันละ 5 ราย ทั้งนี้ ร้อยละ 80 ของผู้ป่วยมะเร็งปอด ส่วนใหญ่อยู่ในวัยสูงอายุ มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ซึ่งอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งปอดที่สูงในภาคเหนือมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญหลายประการ

ด้าน นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) มะเร็งลำปาง กล่าวถึงโรคมะเร็งปอดว่า เกิดจากหลายปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ทั้งพันธุกรรม หรือการได้รับสารก่อมะเร็งต่างๆ ปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคมะเร็งปอดที่สำคัญเกิดจากการสูบบุหรี่และควันบุหรี่มือสอง นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ การสัมผัสก๊าซเรดอน การสัมผัสแร่ใยหิน การสัมผัสรังสี ควันธูป และมลภาวะทางอากาศต่างๆ

“ซึ่งฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 จัดอยู่ในส่วนนี้ โดยสำนักงานวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (International Agency for Research on Cancer หรือ IARC) ได้กำหนดให้มลภาวะทางอากาศเป็นสารก่อมะเร็ง กลุ่มที่ 1 หมายถึง มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ถึงปัจจัยเสี่ยงสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง นอกจากนี้ มีการศึกษาพบว่า หากเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ร่วมด้วยกับการสัมผัส PM2.5 จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดร้อยละ 40 เทียบกับประชากรทั่วไป” นพ.วีรวัตกล่าว และว่า ดังนั้น จากที่กล่าวมา สรุปได้ว่า PM2.5 เป็น “ปัจจัยเสี่ยง” หนึ่งในการเกิดมะเร็งปอด ไม่ใช่สาเหตุเพียงอย่างเดียว และในปัจจุบันยังไม่สามารถบ่งชี้ได้อย่างเจาะจงว่าในผู้ป่วยคนหนึ่งที่เป็นมะเร็งปอดนั้น เป็นจากสาเหตุใด เนื่องจากกระบวนการเกิดโรคมะเร็งมีหลายกระบวนการ เกิดได้จากหลายปัจจัย

Advertisement

นพ.วีรวัตกล่าวว่า การรณรงค์ลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอด โดยที่สำคัญที่สุดยังเป็นเรื่องของการรณรงค์หยุดสูบบุหรี่ และไม่สัมผัสควันบุหรี่มือสอง หลีกเลี่ยงการก่อมลภาวะทางอากาศ เช่น ควันธูป และมลภาวะต่างๆ หากต้องอยู่ในสถานที่มีฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยสูง ควรสวมหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นขนาดที่เล็กกว่า 2.5 ไมครอน ได้ เช่นหน้ากาก N95 หมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และหากมีอาการผิดปกติทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยเร็ว