“เบนซ์” เปิดใจหลังให้ปากคำ 5 ชม.ไม่เกี่ยวค้ายา เผยยืมเงินบอย 6 ล้านซื้อลัมโบจริง (คลิป)

เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากตำรวจได้ใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง นายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีนางเอกสาว แพท ณปภา ตันตระกูล นักแสดงชื่อดัง ได้เดินทางออกจากห้องสอบปากคำ ก่อนที่จะเปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบข่าวก็รู้สึกตกใจมาก แต่ได้แสดงความบริสุทธิ์ใจได้ทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งเมื่อวานนี้จะเดินทางเข้าให้ปากคำ แต่ปรากฏว่าเวลาล่วงเลยมานาน ก็เลยขอเลื่อนเดินทางเข้าให้ปากคำในวันนี้แทน โดยในวันนี้ได้เข้าให้ปากคำพร้อมหลักฐานเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนรู้สึกว่าสื่อโซเชียลค่อนข้างเร็ว หลายคนมองว่าเบนซ์ไม่ดี ทำสิ่งผิดกฎหมาย เป็นคนไม่ดี ก็ขอให้ฟังความจริงว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร อย่าเพิ่งตัดสิน ท้ายสุดขอขอบคุณตำรวจบช.ปส.ที่อำนวยความสะดวกทุกอย่าง และขอยืนยันว่าไม่ได้รู้จักนายไซซะนะ ซึ่งในส่วนของคดีขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการสรุปต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากการให้สัมภาษณ์ ก็ได้เดินทางกลับด้วยรถโตโยต้าฟอร์จูเนอร์ สีขาว ทะเบียน 3 กล 8403 ทันที

ด้าน พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผบช.ปส. กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างปปส. ปปง.และตร.ปส.ซึ่งนายเบนซ์ให้การที่เป็นประโยชน์ และให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเจ้าหน้าที่จะนำคำให้การที่ได้สอบปากคำในวันนี้ นำไปเทียบเคียงกับแนวทางการสืบสวน เช่นบัญชีธนาคาร เส้นทางการเงินต่างๆ ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลา แม้เบนซ์จะยืนยันว่าไม่รู้จักนายไซซะนะ แต่ต้องทำความเข้าใจว่าเครือข่ายยาเสพติดมีขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องหาความเชื่อมโยงทั้งหมด ในส่วนบุคคล ทรัพย์สิน  อย่างไรก็ตามจากการสอบปากคำนายเบนซ์ให้การถึงที่มาของรถลัมโบกีนี่ว่า ได้ยืมเงินสดจากนายณัฐพล หรือบอย นาคคำ เป็นเงิน 6 ล้านบาท เพื่อนำไปดาวน์รถ ภายหลังได้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนไปแล้วบางส่วน ซึ่งความสัมพันธ์ของนายบอยและเบนซ์ สนิทกันเพราะว่าชอบเรื่องความเร็ว และการแต่งรถ โดยที่นายเบนซ์ให้การว่าไม่รู้ว่านายบอยมีเบื้องหลังเป็นอย่างไร ทั้งนี้ในส่วนบัญชีเงินฝากที่มีเงินจำนวน 3 แสนบาทที่นายบอยโอนเงินเข้าบัญชีร้านแอเรีย 51 ร้านขายอุปกรณ์แต่งรถของนายเบนซ์ ทุกเดือนนั้น ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียด โดยประสานไปทางปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด เช่นเดียวกับกรณีอาวุธปืน แม้จะอ้างว่ามีใบครอบครองอาวุธ ก็ต้องไปตรวจสอบที่มาว่าได้มาอย่างไร

S__5570602

พล.ต.ต.ชาตรี กล่าวว่า ในส่วนกรณีรถบิ๊กไบค์สองคัน ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดนั้น นายเบนซ์ได้ให้การถึงที่มาว่า เป็นคนชอบซื้อรถประเภทบิ๊กไบค์ โดยซื้อมาขายไป แต่ในส่วนนี้ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวโยงกับนายบอย ในส่วนของพฤติกรรมการสับทะเบียน นายเบนซ์ ให้การว่า ชื่นชอบในเลข 51 ซึ่งเป็นเลขทะเบียน กจ 51 กทม. โดยปกติเวลาขายรถยนต์จะขายเฉพาะตัวรถ แต่จะเก็บทะเบียนไว้ เพื่อนำมาติดในรถคันใหม่ ซึ่งในกรณีนี้นายเบนซ์ให้การว่าทางกรมการขนส่งยังไม่ได้อนุมัติ แต่เจ้าตัวคิดว่าทางขนส่งน่าจะอนุมัติจึงนำมาติดเองไว้ก่อน อย่างไรก็ตามพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพรบ.จราจร รองผบช.ปส. กล่าว

พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำสำนวนการสอบปากคำในวันนี้มาทำการสรุปทั้งหมด พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงคมนาคม กรมขนส่งทางบก สำนักงานปปง. เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาทำการสรุปสำนวนทั้งหมด ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้หากเจ้าหน้าที่พบข้อสงสัยในประเด็นใดนั้น อาจจะต้องเรียกทางเจ้าตัว รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด มาสอบปากคำ ในส่วนกรณีดาราสาว แพท ณปภา ขณะนี้ยังไม่เชิญตัวมาสอบปากคำ ต้องรอผลสรุปสำนวนเสียก่อน อย่างไรก็ตามหลังจากสอบปากคำยอมรับว่า มีหลายประเด็นที่ทางชุดสืบสวนให้ความสำคัญ และให้ข้อสงสัย โดยเฉพาะประเด็น เรื่องการยืมเงินจำนวน 6 ล้านบาท ที่สามีของดาราสาวอ้างว่านำไปดาวน์รถ ซึ่งต้องตรวจสอบว่ามีการชดใช้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ อย่างไรก็ตามในวันนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหานายเบนซ์ แต่อย่างใด ต้องรอผลสรุปสำนวนเสียก่อน

บทความก่อนหน้านี้‘วงกินข้าว’ 5 องค์กรสื่อ-กมธ.สปท.ปมร่าง กม.คุมสื่อ
บทความถัดไป‘กรมพละ’เชื่อไทยเจ้าทองสกูลเกมส์-หวั่น’สิงคโปร์’โกยว่ายน้ำขึ้นมาเบียด