PM2.5 ยังพ่นพิษไม่หยุดล่าสุดพบ 23 จังหวัด เหนือ-อีสาน ค่าฝุ่นมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ส่วน กทม. อากาศดีทุกเขต
เมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 เมษายน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, กรมควบคุมมลพิษ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกาะติดสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอพพลิเคชั่น “เช็คฝุ่น” พบ 23 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับสีแดง ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ
ได้แก่ แม่ฮ่องสอน 197.2 ไมโครกรัม เชียงใหม่ 162.7 ไมโครกรัม เชียงราย 149.5 ไมโครกรัม ลำพูน 140.5 ไมโครกรัม น่าน 125.4 ไมโครกรัม พะเยา 122.8 ไมโครกรัม ลำปาง 120.3 ไมโครกรัม แพร่ 111.7 ไมโครกรัม
นครพนม 106.8 ไมโครกรัม บึงกาฬ 103 ไมโครกรัม อุตรดิตถ์ 102.4 ไมโครกรัม เลย 100.7 ไมโครกรัม
มุกดาหาร 93.5 ไมโครกรัม หนองคาย 91.4 ไมโครกรัม อำนาจเจริญ 85.7 ไมโครกรัม สุโขทัย 85.1 ไมโครกรัม ตาก 83.8 ไมโครกรัม อุบลราชธานี 82.4 ไมโครกรัม สกลนคร 80.2 ไมโครกรัม หนองบัวลำภู 79 ไมโครกรัม ยโสธร 77.9 ไมโครกรัม อุดรธานี 77.7 ไมโครกรัม กาฬสินธุ์ 77.5 ไมโครกรัม
ในขณะที่อีก 14 จังหวัดมีค่าเกินมาตรฐานในระดับสีส้ม ที่เริ่มมีผลต่อสุขภาพและระบบทางเดินหายใจ ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครเช้าวันนี้พบว่าทุกเขตมีค่าคุณภาพอากาศดี









