วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.ต.ต.ธีระพล ทิพย์เจริญ ผบก.ภ.จว.ภูเก็ตกล่าวถึงโครงการ”ดื่มแล้วขับ ถูกจับแน่”ว่า มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณะกุศลและสาธารณะประโยชน์ใน จ.ภูเก็ตได้สนับสนุนโครงการดังกล่าวมอบเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ จำนวน 34 เครื่อง มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท โดยโครงการดังกล่าว เริ่มต้นจากสถิติการเกิดอุบัติเหตุของจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีสถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเกิดขึ้นค่อนข้างสูง สาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต คือ เรื่องของการ ดื่มแล้วขับ ดังนั้นจึงได้เกิดภาคีเครือข่ายป้องกันอุบัติเหตุทางถนนจังหวัดภูเก็ตจากหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชนในการเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อลดการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นตามมาตรการความปลอดภัยทางถนนของจังหวัดภูเก็ตด้วย
“จะทำอย่างไรให้คนที่ดื่มแอลกอฮอล์แล้วต้องไม่ขับรถ ทางภาคีเครือข่ายจึงได้หารือร่วมกับสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ตในการนำเครื่องการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์มาใช้ ซึ่งปรากฏว่ามีไม่เพียงพอ เพราะเครื่องตรวจวัดดังกล่าวใช้ไปได้สักระยะหนึ่งต้องส่งไปเทียบค่า การเทียบค่าในแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานเป็นสัปดาห์จะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่มีเครื่องในการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ เรื่องนี้ นพ.วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรในระดับจังหวัด (สอจร.) พยายามประสานขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงาน-องค์กรต่างๆ จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้วได้ประสานขอไปยังมูลนิธิ Safer Roads Foundation ได้รับการสนับสนุนมา 1 ชุด 39 เครื่อง แต่ยังไม่เพียงพอ จึงประสานมายังมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต ซึ่งมูลนิธิเองได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมานาน ซึ่งจะดูแลรับผิดชอบในส่วนของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการเกิดอุบัติเหตุ โดยการไปช่วยเหลือคนเจ็บที่เกิดจากการเมามีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมูลนิธิได้เล็งเห็นถึงความสำคัญตรงนี้ จึงได้จัดซื้อและมอบเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ดังกล่าว” พล.ต.ต.ธีระพล กล่าว
พล.ต.ต.ธีระพลกล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ต้องการที่จะจับกุมผู้ขับขี่รถ เพียงแค่ต้องการสร้างกระแสให้เกิดขึ้นกับคนที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ให้มีความรู้สึกว่า ถ้าดื่มเหล้าแล้วต้องไม่ขับรถ เพราะจะไปเจอด่านตรวจและถูกตำรวจจับ ถ้าคนที่ดื่มเหล้าแล้วมีความรู้สึกแบบนี้ เขาก็จะไม่กล้าขับรถ ถ้าวันหนึ่ง ถึงแม้ว่าเราจะมีเครื่องตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์จำนวนมาก ถ้าตรวจแล้วไม่พบคนเมาแล้วขับรถเลย จึงจะถือเป็นความสำเร็จของโครงการ ซึ่งการทำโครงการนี้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 58 ถึงปัจจุบัน คนเมาที่ขับรถแล้วเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตลดลง ว่า 10 % ซึ่งเราเชื่อว่าเมื่อทำแบบนี้แล้วในอนาคต คาดว่าปี 61จังหวัดภูเก็ตน่าจะลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุการจราจรให้ต่ำกว่า 50 %

