ฝุ่นพิษเชียงใหม่ ครองอันดับ 1 ของโลกไม่มีใครโค่น หวัง ‘พายุฤดูร้อน’ ช่วยอากาศดีพอได้หายใจ

9.04.24 | 12:08 น.

ฝุ่นพิษเชียงใหม่ ครองอันดับ 1 ของโลกไม่มีใครโค่น หวัง ‘พายุฤดูร้อน’ ช่วยอากาศดีพอได้หายใจ

สถานการณ์ หมอกควันของเชียงใหม่ยังคงวิกฤติหนักต่อเนื่องและยังอยู่ในช่วงที่สาหัสที่สุดของปี ล่าสุดตามข้อมูลของ “www.iqair.com” ระบุว่า เชียงใหม่ ประเทศไทยนั้น มีค่าฝุ่น 206 ไมโครกรัม ทะยานขึ้นอันดับ 1 ของโลกเรียบร้อยแล้ว

ค่าฝุ่นเมื่อเวลา 11.58 น. วันที่ 9 เมษายน

รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีของกรมควบคุมมลพิษที่ติดตั้งอยู่ ในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ,ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม, ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว และตำบลหางดง อำเภอฮอด

พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง เวลา 08.00 น. วันที่ 9 เมษายน (จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ดังนี้

  • ตำบลช้างเผือก 120.7 ไมโครกรัม
  • ตำบลศรีภูมิ 128.6 ไมโครกรัม
  • ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง 126.1 ไมโครกรัม
  • ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม 73.6 ไมโครกรัม
  • ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว 148.9 ไมโครกรัม
  • ตำบลหางดง อำเภอฮอด 104.8 ไมโครกรัม

ทั้งนี้พบว่า ในเว็บไซต์ “https://waqi.info/th/” ยังรายงาน มลพิษทางอากาศของโลก: ดัชนีคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ พบว่าในพื้นที่ภาคเหนือค่าพุ่งพบทั้ง สีแดงเข้ม และสีม่วงอีกด้วย!

Advertisement
ข้อม฿ลเมื่อวันที่ 9 เมษายน เวลาประมาณ 11.30 น.

รายงานจุดความร้อน (Hotspot) ประจำวันที่ 9 เมษายน 2567 รอบเช้า จังหวัดเชียงใหม่พบจุดความร้อน จำนวน 145 จุด พบในพื้นที่อำเภอเชียงดาวมากที่สุด 21 จุด รอลงมาเป็นอำเภอ แม่แจ่ม 19 จุด ฮอด 18 จุด ฝาง 16 จุด อมก๋อย 14 จุด แม่แตง 14 จุด ไชยปราการ 11 จุด และกระจายไปอีก 8 อำเภอ

แม้ เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา จังหวัดเชียงใหม่ จะมีการประกาศมาตรการ work from home ออกมา แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคนต้องดิ้นรนออกมาทำงานท่านกลางวิกฤติคุณภาพอากาศที่ส่งผลกระทบกับร่างกายทุกวันและต่อเนื่องเป็นเวลานาน

เช้านี้ในเชียงใหม่ และภาคเหนือ จะพบบรรยากาศที่คุ้นเคย คือ หมอกควันที่หนาทึบ แม้จะสายหรือใกล้เที่ยงแล้ว ก็สามารถเห็นดวงอาทิตย์ได้ด้วยตาเปล่า  เพราะหมอกคันที่หนาทึบเหมือนกับเป็นฟิล์มกันแสงไว้

ประชาชนหลายคนอาจจะหมดหวัง ที่จะให้ภาครัฐแก้ไขปัญหา เพราะผ่านมากี่รัฐบาล ปัญหานี้ไม่มีลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ทางผู้ว่าเชียงใหม่และหน่วยงานที่แถลงข่าวยอมรับว่า การเผาป่ายังไม่หยุด ค่าฝุ่นพุ่งต่อเนื่อง ทำให้คนป่วยโรคทางเดินหายใจ แค่เชียงใหม่เพียงจังหวัดเดียว มียอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1.5 เท่าจากที่ปีผ่านมา

จนเกิดนักข่าวที่อยู่ในงานแถลงข่าว ออกมาสะท้อนความในใจ ว่าให้ผู้ว่าฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพูดความจริงกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือได้ทัน

ภาพเหตุการณ์เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

ปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่นั้น ทำให้ประชาชนเริ่มหมดหวัง และหันไปพึ่ง พร้อมกับฝากความหวังไว้กับ “ธรรมชาติ” ที่ล่าสุดทาง กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตืนประชาชนใน ระวังในวันที่ 9-11 เมษายน 2567 จะมีพายุฤดูร้อนบริเวณภาคเหนือ

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านประเทศเมียนมาและภาคเหนือตอนบน

ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่อาจจะเกิดขึ้น

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้วันที่ 9-10 เมษายน 2567 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ วันที่ 11 เมษายน 2567 จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน และตาก

กลายเป็นว่า พายุฤดูร้อนกลับเป็น “ความหวัง” ของชาวภาคเหนือ ที่หวังว่า พายุฝนฟ้าคะนองจะมาช่วยบรรเทาปัญหาลงได้ให้กลับมามีอากาศที่ดี ทำให้ชาวภาคเหนือมีอากาศบริสุทธิ์ได้หายใจในระยะเวลาหนึ่งก็ยังดี