กรมวิทย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยี “ชุดตรวจหาเชื้อเอชไอวีชนิดแห้ง” ให้เอกชนไปต่อยอดผลิตภัณฑ์

9.04.24 | 14:05 น.

กรมวิทย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยี “ชุดตรวจหาเชื้อเอชไอวีชนิดแห้ง” ให้เอกชนไปต่อยอดผลิตภัณฑ์

เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีกับบริษัท วีเมด แล็บ เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 2 สัญญา ได้แก่ 1.เทคโนโลยีการผลิตวัตถุทดสอบชนิดแห้งจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์ 8E5 สำหรับตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ และ 2.เทคโนโลยีการผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางซีโรโลยี รองรับความต้องการของห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือดทั่วประเทศไทย และขยายสู่ประเทศอื่นในระดับภูมิภาค

นพ.ยงยศกล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้ศึกษาวิเคราะห์วิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสาธารณสุข สามารถนำนวัตกรรมถ่ายทอดไปสู่ภาคเอกชน เพื่อนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ โดยนวัตกรรมทั้ง 2 เรื่องนี้ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ด้านการควบคุมคุณภาพการตรวจทางห้องปฏิบัติการของเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือด ซึ่งเป็นเชื้อที่สำคัญที่ห้องปฏิบัติการโรงพยาบาลจำเป็นต้องตรวจหา ได้แก่ เชื้อเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี และซิฟิลิส

นพ.ยงยศกล่าวต่อว่า กระบวนการผลิตวัตถุทดสอบชนิดแห้งจากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์ 8E5 สำหรับตรวจหาปริมาณเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด ด้วยเครื่องตรวจวิเคราะห์อัตโนมัติ เป็นการสร้างนวัตกรรมจากแนวคิดที่ว่า ปัจจุบันวัตถุทดสอบสำหรับควบคุมคุณภาพทางห้องปฏิบัติการยังไม่มีการผลิตในประเทศ เนื่องจากการผลิตวัตถุทดสอบจากพลาสมา ผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีข้อจำกัด เรื่องปริมาณการผลิตความคงตัวต่ำ ต้องควบคุมอุณหภูมิการขนส่งและการเก็บรักษาวัตถุทดสอบต้องผ่านการรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ทีมผู้วิจัยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จึงพัฒนาวิธีเตรียมวัตถุทดสอบ จากน้ำเพาะเลี้ยงเซลล์และพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบแห้ง ดังนั้นจึงได้วัตถุทดสอบที่ไม่ก่อให้เกิดการติดเชื้อ มีความคงตัวในการขนส่งและเก็บรักษา ลดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการจัดส่งวัตถุทดสอบ ซึ่งได้นำไปพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

นพ.ยงยศกล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยีการผลิตวัสดุอ้างอิง การตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางซีโรโลยี ทีมผู้วิจัยได้พัฒนาวัสดุอ้างอิง เพื่อใช้เป็นตัวอย่างควบคุมคุมภาพ และตัวอย่างสำหรับประเมินความสามารถในการตรวจเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบซี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส ทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งวัสดุอ้างอิงดังกล่าวมีความคงทน คงตัวเป็นของเหลวพร้อมใช้งาน สามารถจัดเก็บที่อุณหภูมิ 2-8 °C เป็นเวลา 1 ปี โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เปิดให้บริการผลิตวัสดุอ้างอิงดังกล่าว เพื่อใช้เป็นตัวอย่างควบคุมคุณภาพการตรวจวิเคราะห์ในงานประจำวัน และวัตถุทดสอบความชำนาญแก่ห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อถ่ายทอดทางการให้เลือดมากกว่า 1,300 แห่ง เป็นประจำทุกปี

Advertisement