ครูนาฏศิลป์ ขอสานต่อพระราชปณิธาน “ในหลวงร.9” อนุรักษ์ดนตรี-นาฏศิลป์ไทย

4.02.17 | 12:57 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 94 พสกนิกรจากทั่วประเทศต่างแต่งกายชุดดำสุภาพ มาต่อแถวรอกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชไม่ขาดสาย ทั่วทั้งประเทศ อาทิ จ.สงขลา เพชรบูรณ์ ส่วนใหญ่ต่างมาเป็นครอบครัวและพาเด็กๆนักเรียนมากราบสักการะด้วย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวโดยสำนักพระราชวังได้เปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 04.45 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น.

นางธนัทมน ทองกร อายุ 37 ปี คุณครูนาฏศิลป์จากโรงเรียนออเงิน ย่านสายไหม กรุงเทพฯ ซึ่งพาลูกชายวัย 6 ขวบ ด.ช.ธนภัทร ทองกร มากราบสักการะพระบรมศพด้วยอยากให้ได้รับรู้ถึงเหตุการณ์สำคัญครั้งนี้ กล่าวว่า สามีเป็นทหารที่มาแจกอาหารให้กับประชาชนที่มากราบสักการะพระบรมศพ จึงได้พาลูกชายมากราบสักการะพระบรมศพรอ โดยมาวันนี้เป็นครั้งแรกเพราะตั้งใจว่าตนอาศัยอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงแรกก็อยากให้คนต่างจังหวัดได้มาก่อน ทั้งมีลูกเล็กที่อาจดูแลยากจะรบกวนคนอื่น แต่เมื่อได้มากราบแล้ว ก็รู้สึกปลาบปลื้มใจอย่างมาก ลูกชายที่งอแงเพราะอากาศร้อน ก็สงบนิ่งเมื่อขึ้นไปกราบพระบรมศพ ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ผ่านมาก็พยายามสอนลูกเรื่องความพอเพียง และความเพียรดังคำสอนของในหลวงร.9 เช่นให้อดทนกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างการเรียน หรือหากอยากได้อะไร ก็ให้เก็บสะสมเงินด้วยตัวเอง ไม่ฟุ่มเฟือย

“ส่วนตัวเป็นครูนาฏศิลป์ ในทุกๆปีช่วงวันที่ 5 ธันวาคม ต้องคิดการแสดงในโรงเรียน แต่ปีนี้ไม่มีการแสดงนั้นๆแล้ว ก็รู้สึกเสียใจ จึงได้แต่สอนเด็กๆเรื่องเพลงพระราชนิพนธ์ สอนเพลงในหลวงร.9 บ้าง เพราะเพลงเหล่านี้ถือเป็นคำสอนและตัวอย่างของพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่อคนไทย เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ที่ทรงอุปถัมภ์ดนตรีและนาฏศิลป์ไทยให้ยังคงอยู่ ไม่เลือนหายไป หากไม่มีพระองค์แล้วเด็กๆยุคใหม่อาจจะไม่รู้จักดนตรีไทยเลยก็ได้ และจะใช้จุดๆนี้สานต่อพระราชปณิธานการอนุรักษ์ดนตรี นาฏศิลป์ไทยต่อไป” นางธนัทมน กล่าว

IMG_1841

ด้าน นางสาวอารี ศรีนิรัตน์ อายุ 60 ปี แม่ครัวของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.อยุธยา กล่าวว่า มากราบสักการะพระบรมศพกับเพื่อนบ้าน 2 คน อาศัยวันหยุดงาน เพราะอยากมากราบลาพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะมาก็ได้ติดตามข่าวสารต่างๆ ทั้งขั้นตอน การแต่งกาย อยู่เสมอ ภูมิใจที่ได้มาทำหน้าที่ลูกครั้งนี้แล้ว ใน 100 กว่าวันที่ผ่านมา ก็ได้ไปลงนามถวายความอาลัย รวมถึงจุดเทียนแสดงความอาลัยตามหน่วยงานต่างๆอยู่เสมอ ส่วนตัวประทับใจในความดี และการทรงงานหนักของในหลวงร.9 มาก พระองค์ทรงช่วยเหลือชาวนา ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งชาวอยุธยาเป็นหนึ่งจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนัก จึงได้ยึดเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียง การใช้จ่ายอย่างประหยัด ใช้เท่าที่มีไม่ซื้อของใหม่โดยไม่จำเป็น รวมถึงช่วยเหลือเด็กๆด้อยโอกาสที่ยากใจในโรงเรียนให้มีข้าวกิน ก็เป็นความสุขหนึ่งที่ได้ช่วยกัน

Advertisement

IMG_1870

นางสาวจิราภรณ์ เรืองฤทธิ์ อายุ 53 ปี พร้อมด้วย นางสาววรรณา นารี อายุ 57 ปี และ ด.ช.พศิน ศรีสมุทร อายุ 8 ปี เดินทางจากบ้านพักในย่านพระประแดง จ.สมุทรปราการ ตอนตี 5 ครึ่งมาถึงท้องสนามหลวงเวลา 6 โมงครึ่ง เล่าว่า มากราบพระบรมศพเป็นครั้งที่ 4 แล้ว ครั้งนี้ถือว่าเร็วกว่าที่ผ่านๆ มา จากครั้งแรก 12 ชม. 9 ชม. 6 ชม. และล่าสุด 3 ชม.เท่านั้น เป็นความภูมิใจที่ได้กราบพระองค์ท่าน เพราะใช่ว่าจะมีโอกาสมาบ่อยๆ ที่ผ่านมาไม่เคยรับเสด็จฯ อย่างใกล้ชิดมาก่อน ตอนสาวๆ มาสนามหลวงมีโอกาสแค่เห็นขบวนเสด็จไกลๆ แค่นี้ก็อิ่มใจแล้ว และถึงแม้ในหลวง ร.9 จะจากไป 100 กว่าวันแล้ว ก็ไม่มีวันไหนที่ไม่คิดถึง พระองค์ทรงสถิตย์อยู่ในใจเสมอ ตลอด 70 ปีที่พระองค์ท่านทำงานงานหนักเพื่อคนไทยทุกคน ทำให้รู้สึกว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่คิดว่าท่านจากไปไหน โดยเฉพาะตัวเองอยู่ย่านพระประแดง ก็ได้เห็นโครงการตามแนวพระราชดำริ คลองลัดโพธิ์ ที่ช่วยเรื่องการผันน้ำและระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัมผัสได้ถึงการเป็นนักคิดนักพัฒนาของพระองค์ ถ้ามีโอกาสจะมาอีกเรื่อยๆ

IMG_1882

นางชุดา แก้วก่า อายุ 78 ปี ชาวบ้านจากย่านดอนเมือง กทม. เดินทางมาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมหลาน ๆ อีก 2 คน กล่าวว่า เดินทางมาสักการะพระบรมศพเป็นคร้งที่ 4 แล้ว ตั้งใจว่าอยากมาสักการะพระบรมศพให้ครบ 9 ครั้ง เพราะรู้สึกปลาบปลื้มใจ ประทับใจที่ในหลวงร.9 ทรงดูแลประชาชนมาตลอด ภาพที่พระองค์ประทับนั่งบนพื้นเพื่อทรงงานกับประชาชนเสมอ ยังคงติดตราตรึงใจ มีพระราชกรณียกิจหลายอย่างที่ตนจำได้ดีไม่ว่าจะเป็นโครงการฝนหลวง หรือโครงการแก้มลิง ซึ่งมีคุณูปการต่อประชาชนอย่างมาก รวมถึงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ตนน้อมนำมาใช้และสอนลูกสอนหลานให้รู้จักใช้เงินอย่างแนะหยัดไม่ฟุ่มเฟือย

“ที่บ้านมีพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงร.9 อยู่หลายร้อยใบทั้งจากปฏิทินและหนังสือต่าง ๆ เห็นเมื่อไหร่ก็จะตัดเก็บไว้ ส่วนตัวเคยมีโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์หลายครั้ง ครั้งแรกเป็นสมัยที่ยังอยู่จ.สกลนคร อายุประมาณ 16-17 ปี ตอนนั้นพระองค์เสด็จฯเยี่ยมราษฎรพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จำได้ว่าตอนนั้นยังได้รับพระราชทานร่มจากพระหัตถ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รู้สึกประทับใจมาก ทั้งสองพระองค์ไม่ได้ทรงถือพระองค์เลย นับเป็นบุญของชีวิตมาก” นางชุดา กล่าวพร้อมเสียงสั่นเครือ

IMG_1881