จับคาห้างดัง ตี๋ฮ่องกง หิ้วเครื่องส่งสัญญาณ ส่งsms แนบลิงก์ดูดเงิน ซัดทอดนายทุนมาเลย์

9.04.24 | 18:05 น.

จับคาห้างดัง ตี๋ฮ่องกง สะพานเครื่องส่งสัญญาณ ส่งsms แนบลิงก์ดูดเงิน ซัดทอดนายทุนมาเลย์

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 9 เมษายน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ, พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3, นายวิสิฐศักดิ์ เจริญไชย ผู้จัดการส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ AIS และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายไทลอยส์ (MR.TAI LOI) อายุ 43 ปี และนายมันลุคลี (MR.MAN LOK LEE) อายุ 25 ปี ทั้งสองสัญชาติฮ่องกง พร้อมของกลางเครื่องจำลองสถานี (False Base Station) แบบพกพา หรือเครื่องสตริงเลย์ หรือปลากระเบน จำนวน 1 ตัว โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

พล.ต.ท.วรวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานงานทาง ais monitor ว่ามีคนร้ายส่งข้อความไปยังผู้ใช้บริการเครือข่าย ระบุว่า แจ้งบัญชีคะแนนกำลังจะหมดอายุ จากนั้นให้เข้าไปกดแลกสินค้า หรือแลกของสมนาคุณ และหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว บัตรเครดิต ซึ่งหากเหยื่อหลงเชื่อก็จะกดลิงก์เข้าไปที่หน้าเว็บที่คนร้ายสร้างขึ้นมาและกรอกข้อมูลเข้าไป คนร้ายก็จะดูดเงินออกไปจนเกลี้ยงบัญชี นอกจากนี้ยังพบข้อความในลักษณะต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก

Advertisement

หลังรับแจ้งชุดสืบสวนทำการตรวจสอบและถอดแผนพฤติกรรม กระทั่งพบว่าคนร้ายได้มีการใช้เครื่องสตริงเลย์ ในการส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แล้วส่งข้อความแนบลิงก์ปลอม ต่อมาได้ตรวจพบความเคลื่อนไหวที่บริเวณห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน จึงนำกำลังไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงก็พบผู้ต้องหาทั้งสองคนในลักษณะต้องสงสัยมีการสะพายกระเป๋าเดินวนไปมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอทำการตรวจสอบ ก็พบเครื่องสตริงเลย์ จำนวน 1 เครื่อง ผลิตจากประเทศมาเลเซีย ก่อนนำตัวไปตรวจค้นที่ห้องพักในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางรัก ก็พบแบตเตอรี่สำรอง 1 เครื่อง จึงทำการตรวจยึดไว้

ทั้งนี้จากข้อมูลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า มิจฉาชีพจะนำเครื่อง “สตริงเลย์” สะพายไปยังสถานที่ต่างๆ ก่อนส่งสัญญาณไปยังโทรศัพท์มือถือที่อยู่บริเวณใกล้เคียง แล้วส่ง SMS แนบลิงก์ปลอม

ซึ่งก่อนหน้านี้ทาง บช.สอท.เคยจับกุมได้โดยครั้งนั้นเครื่องสตริงเลย์จะมีแบตเตอรี่ ทำหน้าที่ชาร์จไฟอุปกรณ์, คอมพิวเตอร์ เพื่อป้อนข้อความเข้าระบบ ก่อนจะส่งเข้ามือถือประชาชน ซึ่งจะถูกติดตั้งโปรแกรมมาแล้ว, กล่องเสาสัญญาณ เพื่อปล่อยสัญญาณ และอุปกรณ์สำคัญคือ IMSI-catcher หรือเสาส่งสัญญาณแบบพกพา

แต่จากการจับกุมในครั้งนี้พบว่าคนร้ายมีพัฒนาแผนประทุษกรรม โดยนำเครื่องสตริงเลย์เชื่อมต่อมือถือแทนคอมพิวเตอร์ ตระเวนไปตามเป้าหมายหลัก เช่น ย่านชุมชน ตลาด หรือห้างสรรพสินค้า เพราะกลุ่มคนที่จับจ่ายซื้อของ มักจะใช้บริการอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและยากต่อการติดตาม โดยสามารถส่งข้อความได้ 2-3 หมื่นเลขหมาย ในระยะ 1 กม. อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะทำการส่งของกลางให้กับทาง บก.ตอท. เพื่อทำการพิสูจน์ทราบต่อไป

จากการสอบสวนทราบว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตนและเพื่อน ได้เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศมาเลเซีย จากนั้นได้รู้จักกับชายคนหนึ่งไม่ทราบสัญชาติ ชื่อว่าอาเคน และได้มีการพูดคุยกันว่าจะเดินทางมาท่องเที่ยวต่อที่ประเทศไทย ซึ่งอาเคนได้บอกว่าหากถึงประเทศไทยให้ติดต่อมาหา จากนั้นตนและเพื่อนได้เดินทางเข้ามาที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผ่านด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา

เมื่อมาถึงที่กรุงเทพฯก็ได้มีการพูดคุยกับนายอาเคน ก่อนที่อาเคนจะให้ไปรับสิ่งของลักษณะเป็นกระเป๋าเป้ที่บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ โดยมีคนไทยไม่ทราบชื่อมาส่งมอบให้ ซึ่งตนไม่ทราบว่าภายในกระเป๋าดังกล่าวมีสิ่งของอะไร ทราบแต่เพียงว่านายอาเคนบอกว่าหากไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ให้สะพายไปด้วย โดยก่อนหน้านี้ได้สะพายไปตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ จำนวนสามจุด ประกอบไปด้วยเซ็นทรัลเวิลด์ ไอคอนสยาม ก่อนที่ทำมาถูกจับกุมที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน

เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกัน ทำ มี ใช้ นำเข้า นำออก หรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต ตามมาตรา 6 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาตตามมาตรา 11 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ.2498, ร่วมกันใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตอันมีลักษณะที่เป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ตามมาตรา 67(3) ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม