ขณะที่ในช่วงบ่าย ชาวไทยทรงดำ หรือชาวลาวโซ่ง โดยมูลนิธิไทยทรงดำประเทศไทย จำนวนกว่า 500 คนจากจังหวัดต่างๆ อาทิ เพชรบุรี ราชบุรี นครสวรรค์ ประจวบคีรีขันธ์ พิษณุโลก สุราษฎร์ธานี และชุมพร เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ซึ่งต่างแต่งกายด้วยชุดประจำชนเผ่า
นายบุญเลิศ ยอดแก้ว ประธานชมรมไทยทรงดำ จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ได้นำชาวไทยทรงดำที่อาศัยอยู่ที่ จ.เพชรบุรีจำนวนกว่า 300 คนมารวมตัวกับชาวไทยทรงดำจังหวัดอื่นๆ ตั้งแต่ช่วงเที่ยงก่อนได้เข้าสักการะพระบรมศพในช่วงบ่าย ทั้งนี้ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่ทรงให้ถิ่นที่อยู่แก่ชาวไทยทรงดำเสมอมา ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยในช่วงแรกๆ ชาวไทยทรงดำมาตั้งถิ่นฐานอยู่ใน จ.เพชรบุรีเป็นที่แรก จึงมีจำนวนเยอะกว่าที่อื่นๆ ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือเขาวัง และทรงรับชาวไทยทรงดำเป็นแรงงานในการสร้างเขาวัง รวมถึงทรงรับเป็นทหารมหาดเล็กในวังด้วย ส่วนในสมัยในหลวง ร.9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ชาวไทยทรงดำเฝ้าฯรับเสด็จ และรำถวายที่วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่เป็นประจำ นอกจากเดินทางมาสักการะพระบรมศพในครั้งนี้ วันที่ 5 เมษายน ชาวไทยทรงดำ จ.เพชรบุรีจะงดจัดแสดงการละเล่นซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และจัดงานน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัว และพระบูรพมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์

นางสุทธิ์ เถินหิต อายุ 64 ปี จาก อ.เมือง จ.เพชรบุรี หนึ่งในชาวไทยทรงดำที่มาร่วมกราบสักการะพระบรมศพกล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่ได้มากราบสักการะพระบรมศพ เพราะรักพระองค์มาก หากไม่ได้มากับคณะอาจไม่มีโอกาสได้มาเลย เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และเดินทางมาไม่ถูก วันนี้จึงรู้สึกปลื้มใจมาก นับตั้งแต่ประเทศไทยสูญเสียพระองค์ไปนั้น ก็รู้สึกโศกเศร้าเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาต้องคอยติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์เสมอ ชาวเพชรบุรีเองก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากมาย ทั้งเขื่อนแก่งกระจานที่ทำให้เพาะปลูกได้ดีขึ้น อุดมสมบูรณ์ หรือฝนเทียม ซึ่งจากนี้จะนำเอาคำสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.9 มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ใช้เท่าที่มี ประหยัดอดออม

นายแล กลมป้าน อายุ 70 ปี ผู้นำชุมชนไทยทรงดำบ้านเขากระจิว อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กล่าวหลังจากพาลูกบ้านเข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า วันนี้นัดแนะคนในหมู่บ้านราว 300 คน รวมตัวกันตอน 6 โมงเช้าแล้วออกเดินทางเวลา 8 โมง มาถึงบริเวณท้องสนามหลวงในเวลา 11 โมง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ในหลวง ร.9 ทรงดูแลทุกข์สุขของประชาชน ช่วยเหลือให้ชาวไทยทรงดำมีอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ ด้วยการนำโครงการตามแนวพระราชดำริด้านการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นที่หุบกะพง หรือชั่งหัวมัน มาให้ประชาชนได้เรียนรู้และทำตาม ทุกวันนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา และไร่นาสวนผสมตามแนวทางของพระองค์ ปลูกข้าวแล้วก็เสริมด้วยกล้วย มะละกอ พริก นอกจากนี้ยังเลี้ยงปลา ทำให้มีอยู่มีกิน เหลือจากนี้ก็นำไปขายสร้างรายได้เสริม พวกเราจึงรักและเทิดทูนพระองค์มาก อย่างวันนี้ก็พร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดประเพณีไทยทรงดำ ผู้หญิงนุ่งผ้าซิ่นลายกระแต ส่วนผู้ชายสวมเสื้อฮีซึ่งทอกันเอง เป็นการถวายพระเกียรติพระองค์


