ส.ก.เขตพญาไท เสนอคุมเข้มความปลอดภัยรถไฟฟ้าโมโนเรลทุกสาย หลังเกิดชิ้นส่วนร่วงตกใส่รถ
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม

ในที่ประชุม นายพีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท ยื่นกระทู้ถามสดเรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุและเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้นจากการเดินรถไฟฟ้าหลายครั้ง เช่น เหตุชิ้นส่วนอุปกรณ์ของรถไฟฟ้าหลุดร่วงลงมาใส่ยานพาหนะและผู้สัญจรบนท้องถนนจนได้รับความเสียหายและบาดเจ็บ เหตุรางนำไฟฟ้าหล่นทำให้ต้องหยุดเดินรถและอพยพผู้โดยสารเพื่อความปลอดภัย
จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จึงขอสอบถามผู้ว่าฯ กทม.ถึงความชัดเจนในการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการเดินรถไฟฟ้าและแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
“กทม.ต้องมีมาตรการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ต้องคิดล่วงหน้า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น อยากให้ กทม.กำหนดแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม สำหรับรถไฟฟ้าโมโนเรลทุกสาย และขอให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่ผู้บริหาร กทม.จะหมดวาระ” นายพีรพลกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า จริงๆ แล้วในทางวิศวกรรมมองว่ารถไฟฟ้าโมโนเรลจะมีปัญหาเรื่องการอพยพคน เพราะไม่สามารถให้คนลงมาเดินได้ ในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสายสีชมพู ทราบว่ามีการทำเป็นทางเดินตะแกรงเหล็กตรงกลาง แต่ก็ต้องมีทางเดินลงมาเพื่อให้ประชาชนเดินลงมาได้ ต้องเรียนว่าโมโนเรลมีทางเดินหนีภัย แต่ต้องมีข้อแนะนำที่ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนทราบ ส่วนการป้องกันของตกหล่น สำนักการจราจรและขนส่งได้กำกับดูแลอยู่แล้ว

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ที่ผ่านมารถไฟฟ้าสายสีเหลืองพบมีปัญหา 2 เรื่อง คือ เรื่องล้อยางประคองตัวรถหลุด แผ่นรองตัวคานขยับ กทม.ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประชุมร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อตรวจสอบโดยตลอด ทั้งสาเหตุ การแก้ไขปัญหาต้นตอเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยผู้รับสัมปทานต้องหารือผู้ผลิตเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของโครงสร้าง และต้องมีการซ้อมกรณีเกิดเหตุ โดย กทม.ได้หารือ รฟม.อย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างความมั่นใจกับรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ รวมถึงหากมีการเทคอนกรีตต้องปิดถนนถาวร กทม.จึงจะยอมให้ดำเนินการได้


