‘ทนายตั้ม’ พา ‘พิมพ์วิไล’ ยื่นเอกสารเพิ่ม หลังไม่มั่นใจพงส.เตาปูน ถาม ออกหมายเรียกบิ๊กตร.เมื่อไหร่

11.04.24 | 12:26 น.

‘ทนายตั้ม’ พา ‘พิมพ์วิไล’ ยื่นเอกสารให้การเพิ่ม 9 แผ่น หลังไม่มั่นใจการทำงานพงส.ทำคำให้การ1แผ่น ถามออกหมายเรียกบิ๊กตร.เมื่อไหร่

เมื่อเวลา 10.15 น. วันที่ 11 เมษายน ที่ สน.เตาปูน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พา น.ส.พิมพ์วิไล (สงวนนามสกุล) พยานที่เป็นสายลับ เข้ายื่นคำให้การของพิมพ์วิไล และพยานที่เป็นสายลับ ที่เป็นหนังสือลายลักษณ์อักษรมอบให้แก่พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน หลังจากสอบคำเมื่อวันที่ 5 เมษายน ไม่ละเอียดพอ และไม่ครบถ้วน ทำให้ไม่เชื่อมั่นในการทำงาน

นายษิทรากล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้พาสายลับและ น.ส.พิมพ์วิไล มาให้การเพิ่มเติม แต่ทางพนักงานสอบสวนจดบันทึกข้อความไม่ครบถ้วน ซึ่งตนกลัวจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับทางบิ๊กนายพล โดยรายละเอียดของคำให้การวันนี้เป็นของ น.ส.พิมพ์วิไล เริ่มตั้งแต่โอนเงินเข้าบัญชีไหน กี่ครั้ง และนำหลักฐานว่าโอนไปยังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และคนรอบตัวของบิ๊กนายพลอีกด้วย โดยได้นำเอกสารคำให้การมาเพิ่มจำนวน 9 แผ่น จากเดิมที่พนักงานสอบสวนบันทึกไว้เพียง 1 หน้า

ส่วนสายลับ ที่ตนพามายื่นคำให้การเมื่อวาน (10 เม.ย.) เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. เป็นการบอกรายละเอียดตั้งแต่ต้นว่าเข้าไปทำงานกับชุดเก็บส่วยได้อย่างไร รวบรวมส่วยส่งใคร และมีการจ่ายเงินในห้องหนึ่ง ที่ตึก สอท. หลังจากนั้นยังเห็นว่า ‘ดาบยาว’ และ ‘รองฟาง’ เอาเงินไปที่ห้องหนึ่งที่มี บิ๊กนายพล อยู่ แต่ไม่ทราบว่าภายในห้องทำอะไรกัน

Advertisement

และในวันนี้ ตนจะมาสอบถามกับทาง สน.เตาปูน ว่าจะออกหมายเรียกบิ๊กนายพลเมื่อไหร่ และดำเนินการไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว ซึ่งตนยังรู้มาอีกว่าทาง สน.เตาปูน ไม่อยากทำคดีนี้ และพยายามโอนคดีไปที่อื่นเพื่อปัดความรับผิดชอบ ซึ่งถ้าเป็นการโอนคดีโดยมิชอบ ตนจะดำเนินการกับผู้โอนดคี ส่วนเวลา 11.00 น. ในวันนี้ พรรคทางเลือกใหม่ ที่จะเดินทางมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทำคดี สน.เตาปูน ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เจ้าหน้าที่จะได้มีกำลังใจ และทำคดีของตนให้แล้วเสร็จ

ส่วนที่ตนไปยื่นเอกสารให้กับคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ทาง พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร หนึ่งในคณะกรรมการ มีมติเอกฉันท์ในการรับเรื่องที่ตนร้องเรียนไว้พิจารณาแล้ว ถ้าพบมีความผิดจริงจะมีการไล่ออก หรือปลดออกไว้ก่อน

และในส่วนของที่มีบุคคลหนึ่งไปร้องเรียน พล.ต.ท.เรวัชว่าทำงานไม่เป็นกลาง ตนรู้มาว่าบุคคลนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และอาจจะทำไปเพื่อดิสเครดิต พล.ต.ท.เรวัช ก็ได้

ส่วนวานนี้ ที่ตนพาพยานและนำหลักฐานไปยื่นให้กับทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ทางนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตั้งขึ้น และได้เจอ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ด้วย ซึ่งตนรู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร และคาดว่าคณะกรรมการฯชุดนี้จะดึงเรื่องออกไปก่อน ซึ่งคณะกรรมการฯมีอำนาจในตรวจสอบเอกสาร ถ้าคิดว่าเอกสารที่ตนยื่นไม่จริงก็ สามารถใช้อำนาจของคณะกรรมการฯชุดดังกล่าวไปดึงเอกสารตัวจริงมาได้ และถ้าดึงมาแล้วไม่ตรงกัน ก็เท่ากับตนยื่นเอกสารเท็จ ก็สามารถดำเนินคดีตนได้เลย

และวันนี้ในช่วงบ่าย ตนได้ประสานกับทาง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไว้แล้ว ว่าจะเข้าไปสอบถามความคืบหน้าของคดี ที่ตนเคยร้องเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ว่าขณะนี้มีอะไรคืบหน้าไปแล้วบ้าง

ทั้งนี้ นายษิทรายังระบุอีกว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลส่วยลำดับที่ 19 และจะออกมาเปิดในช่วงหลังสงกรานต์