เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (รอง ผบช.ปส.) เปิดเผยความคืบหน้าในการขยายผลติดตามกลุ่มเครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดชาวลาว และความเกี่ยวข้องของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือเบนซ์ เรซซิ่ง สามี “แพท” ณปภา ตันตระกูล นักแสดงชื่อดัง ที่เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน บช.ปส. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า ในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ เวลาประมาณ 10.00 น. จะมีการประชุม 3 ฝ่าย ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยประกอบด้วย บช.ปส. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยจะมีการพูดคุยกันในประเด็นต่างๆ หลายประเด็น โดยหนึ่งในนั้นคือประเด็นของนายอัครกิตติ์ หรือเบนซ์ เรซซิ่ง เรื่องเงิน 6 ล้านบาทที่ยืมจากนายณัฐพล นาคคำ หรือบอย และประเด็นอื่นๆ ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมสงสัย เนื่องจากในวันที่นายอัครกิตติ์เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน บช.ปส. มีหลักฐานมาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
รอง ผบช.ปส.กล่าวว่า หลังจากได้ข้อสรุปในที่ประชุม จะเรียกนายอัครกิตติ์ หรือเบนซ์ มาให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง ส่วนการออกหมายเรียกดาราหรือกลุ่มไฮโซที่อาจเกี่ยวข้องกับนายไซซะนะมาทำการสอบสวนนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุมในวันพรุ่งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่ามีลูกชายของอดีตนักการเมืองชื่อดังมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ด้วยนั้น ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน และจะนำเข้าที่ประชุม 3 ฝ่ายด้วย เพื่อขอความเห็นในการดำเนินการ หากพบว่ามีหลักฐานไปถึงก็จะดำเนินการตามขั้นตอนทันที โดยไม่ละเว้น
พล.ต.ต.พรชัยกล่าวว่า ส่วนประเด็นอื่นๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำพฤติการณ์ของกลุ่มเครือข่ายจากผลการปฏิบัติการในช่วงที่ผ่านมาจากการเข้าตรวจค้น 39 เป้าหมาย 41 จุดตรวจค้น รวมทั้งการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา 9 หมายจับ ที่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ 3 รายเท่านั้น นอกจากนี้จะมีการพูดคุยถึงหลักฐานที่อายัดไว้ โดยจะนำมาตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างไรกับขบวนการนี้ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะเสนอให้สำนักงาน ป.ป.ส.ออกคำสั่งอายัดและให้ทาง ปปง.ดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป ทั้งนี้ ในการทำงานตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา มีอุปสรรคในเรื่องการตรวจสอบ เพราะหลักฐานและทรัพย์สินมีจำนวนมาก ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานและยังตรงกับในช่วงวันเสาร์อาทิตย์ ซึ่งหยุดราชการ จึงทำให้การทำงานต่างๆ ต้องรอที่ประชุมในวันพรุ่งนี้ และหน่วยงานต่างๆ ตรวจสอบเสร็จสิ้น

