อัพเดตอาการ ‘ดาบต้าร์’ ยังไม่พ้นวิกฤต ต้องเฝ้าระวังสมองบวม ตาขวากลับมามองเห็นยาก

19.04.24 | 12:18 น.

ทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ เผยความคืบหน้าอาการ ‘ดาบต้าร์’ ยังไม่พ้นวิกฤต คาดตาขวากลับมามองเห็นยาก พร้อมยัน รพ.ตร.มีศักยภาพในการรักษา


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 เมษายน ที่โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ.8 ) ร่วมกับคณะแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ ประกอบด้วย ศัลยแพทย์ระบบประสาท ศัลยแพทย์ออร์โธปีดิกส์ จักษุแพทย์ และแพทย์ศัลยกรรมตกแต่ง ที่ทำการรักษา ด.ต.ปิยนันท์ สีเสื้อ หรือ ดาบต้าร์ อายุ 39 ปี ตำรวจทางหลวงที่ได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ ประสบอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนบาดเจ็บสาหัส และส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) หลังจากได้รับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะข้างซ้ายและตัดเนื้อสมองส่วนหน้าบางส่วนออก ขณะนี้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤต

พล.ต.ท.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจและเครื่องช่วยหายใจอยู่ มีสัญญาณชีพปกติ สามารถลดยากระตุ้นความดันโลหิตได้ ยังไม่มีการตอบสนองทางระบบประสาท แต่ยังตรวจพบการหายใจเองอยู่ ค่าเลือดทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ปกติ ค่าไตปกติ เกล็ดเลือดต่ำ หลังได้เกล็ดเลือดขึ้นมาเกือบปกติ ลมและเลือดในช่องปอดหยุดรั่วแล้ว ใส่เฝือกพยุงกระดูกขาขวาที่หักไว้เรียบร้อย เลือดจากฐานกะโหลกร้าวหยุดแล้ว

Advertisement

พล.ต.ท.ทวีศิลป์กล่าวว่า โดยสรุปอาการคงที่ สัญญาณชีพมีแนวโน้มดีขึ้น แต่อาการทางระบบประสาทยังไม่เปลี่ยนแปลงแผนการรักษา แต่ต้องเฝ้าระวังการบวมของสมองซึ่งจะรุนแรงขึ้นใน 4-5 วัน โดยยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัดรอบ 3 วัน แต่หลังจากนี้ต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ อย่างใกล้ชิดทุกชั่วโมง

ด้าน พ.ต.ท.ปัญชรัช ปรีชาหาญ นพ.(สบ.3) กลุ่มงานตา รพ.ตำรวจ กล่าวว่า ในการรักษาบริเวณดวงตาของคนไข้ โดยเฉพาะดวงข้างขวาของคนไข้ที่ดวงตาหลุดจากเบ้าและแตกจนได้รับความเสียหายหนัก อาจทำให้ยากต่อการกลับมามองเห็นได้ปกติ ส่วนบริเวณดวงตาด้านซ้ายมีเลือดไหลออกจากจอตาด้านซ้าย แต่การรักษาตาซ้ายมีความหวังกลับมามองเห็นปกติ

พ.ต.ท.ปัญชรัชกล่าวอีกว่า ยอมรับว่ากระบวนการรักษาดวงตาต้องทำภายหลังจากรักษาอาการทางสมองซึ่งเป็นหัวใจหลักในการรักษาชีวิตผู้ป่วย รวมทั้งการรักษาอวัยวะอื่นๆ เช่น บริเวณใบหน้าเบ้าตา ช่องอก และขา จะรักษาตามอาการไม่ได้ มีอุปสรรค

ทั้งนี้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ยังยอมรับว่า อาการโดยรวมยังหนักมาก แต่ยืนยันว่าโรงพยาบาลตำรวจมีศักยภาพเพียงพอและจะทำการรักษาอย่างดีที่สุด ส่วนระยะเวลายังไม่สามารถตอบได้ต้องดูและรักษาไปตามอาการอย่างใกล้ชิด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง