สธ. เผย ผลตรวจอากาศรัศมี 1 กิโลฯ ห่างจากโรงน้ำแข็งระเบิด ค่าแอมโมเนีย 7.7 ppm ถือว่า “ต่ำกว่าค่าอันตราย”
เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงานผลิตน้ำแข็ง ใน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุระเบิด ส่งผลให้มีก๊าซแอมโมเนียรั่วไหลฟุ้งกระจายไปในรัศมี 1 กิโลเมตร และทำให้มีผู้ป่วยจำนวนมาก ว่า เมื่อวานนี้ (18เม.ย.) ตนได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่า ประชาชนยังมีความกังวลอยู่จึงได้ให้คำปรึกษาการปฏิบัติตัวตามคำแนะนำแพทย์ และหากมีอาการใดๆ หรือกังวล ให้มารับการตรวจคัดกรองที่หน่วยตรวจคัดกรองในพื้นที่ ซึ่ง สธ. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ตั้งจุดคัดกรอง อยู่ในบริเวณใกล้เคียงโรงงานที่เกิดเหตุ
นายวิชาญกล่าวต่อว่า จากผลการตรวจอากาศในบริเวณที่พักอาศัยของประชาชนโดยรอบโรงงาน โดยกรมควบคุมโรค ในขณะนี้ พบว่า แอมโมเนียในอากาศทุกจุด ที่ตรวจวัดมีค่าอยู่ระหว่าง 7.7 ถึง 1.9 ppm ซึ่ง ยังต่ำกว่าค่าที่อาจมีผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ที่ 25 ppm ขอให้มั่นใจในการดูแลสุขภาพประชาชนโดยกระทรวงสาธารณสุข และได้ให้คำแนะนำ วิธีปฏิบัติตัวดังนี้ ผู้ที่เข้าข่ายสัมผัสหรือสุดกลิ่นแอมโมเนียเข้าไป มากๆ ต้องคอยสังเกตความผิดปกติของตนเอง ถ้ามีอาการให้มาพบแพทย์ที่จุดเฝ้าระวังและคัดกรอง หากสารเข้าตาหรือโดนผิวหนัง ให้ล้างด้วยน้ำสะอาด และถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนแอมโมเนียออกทันที หากพบผู้หมดสติให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังที่ปลอดภัย อากาศถ่ายเทสะดวก และรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที ผู้มีโรคประจำตัว ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ สังเกตอาการตนเอง หากมีอาการไอมากขึ้น หายใจมีเสียงหวีด และมีอาการผิดปกติอื่นๆ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
ด้าน นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคจะยังคงเฝ้าระวัง ตรวจวัดค่าแอมโมเนียในอากาศเป็นระยะๆ แต่คาดว่าน่าจะลดลง และยังคงเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสัมผัสอย่างใกล้ชิดร่วมกับทุกภาคส่วน ยังคงตั้งหน่วยเฝ้าระวัง ตรวจวัดและดูแลสุขอนามัยประชาชนในพื้นที่เกิดเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความมั่นใจและลดความกังวลของประชาชน


