เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ทางเขื่อนลำตะคองได้มีการขอความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่ท้ายเขื่อนในการงดปลูกข้าวนาปรังเนื่องจากปริมาณน้ำกักเก็บที่เหลืออยู่มีไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก ทำให้เกษตรกรในพื้นที่บ้านพุดซา ตำบลพลกรัง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเดิมทีพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นพื้นที่ที่เคยใช้เป็นพื้นที่ในการเพาะปลูกข้าว ได้ถูกเกษตรกรปล่อยทิ้งรกร้างนับพันไร่ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีแหล่งน้ำที่จะนำมาใช้ในการเพาะปลูกพืชใดๆ ได้ จึงส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวมีเพียงแต่ร่องรอยของรถเกี่ยวข้าวที่เหลือทิ้งไว้แต่เพียงตอซางข้าวเพียงเท่านั้น
ด้านนายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผย ถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในอ่างเก็บน้ำหลักทั้ง 5 แห่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ประมาณ 43 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ทางชลประทานที่ 8 ยังคงมีการระบายน้ำเพื่อไปช่วยเหลือประชาชนในเรื่องของการอุปโภคบริโภคและเพื่อรักษาระบบนิเวศในลำน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่องโดยมีปริมาณน้ำที่ได้ระบายออกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 500,000 ลูกบาศก์เมตร แต่อย่างไรก็ตามทางสำนักงานชลประทานที่ 8 ก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้มีการหันไปเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เพื่อหารายได้เสริมในช่วงที่ไม่ได้มีการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือกับเกษตรกรในพื้นที่ท้ายเขื่อนเป็นอย่างดี

