วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 09.10 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา นางพรชนก ไชยพันธุ์ อายุ 42 ปี ผู้ประกอบการตลาดกลางไม้ดอกไม้ประดับโคกกรวด แผงเลขที่ 70 ตั้งอยู่ในพื้นที่เทศบาลตำบล (ทต.) เมืองใหม่โคกกรวด อ.เมือง ฯ พร้อมพวกรวม 23 ราย เดินทางมาร้องทุกข์ ขอให้ระงับคำสั่งการขอคืนพื้นที่ตลาดกลางไม้ดอกไม้ประดับโคกกรวด พร้อมแสดงหลักฐานสัญญาเช่าพื้นที่จำนวน 46 ราย ยื่นให้นายบุญแท้ มุ้งกลาง เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ฯ และร้อยโทประยูร จุลสม พนักงานสอบสวน สังกัดมณฑลทหารบกที่ 21 (มทบ.21) กองทัพภาคที่ 2ค่ายสุรนารี ต่อมานายบุญแท้ ฯ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ ได้แจ้งกลุ่มผู้ร้องเรียนว่า จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนพร้อมประสานงานให้ทราบหากมีความคืบหน้า กลุ่มผู้ร้องเรียนจึงได้เดินทางกลับด้วยสีหน้าวิตกกังวลใจ
นางพรชนก เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการขายพันธุ์ไม้และสินค้าการเกษตร โดยมี ทต.เมืองใหม่โคกกรวด ฐานะเจ้าของพื้นที่ได้จัดสรรพื้นที่ขายด้วยการทำสัญญาเช่า ต่อมาได้รับแจ้งอ้างคำสั่ง คสช. ขอคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ถูกชาวบ้านบุกรุก ผู้ประกอบการ 46 ราย จึงได้รับผลกระทบและขอความเห็นใจ พวกเราได้ทำมาหากินมาตั้งแต่ปี พ. ศ. 2539 จนกลายเป็นแหล่งค้าปลีกและส่งต้นไม้และสินค้าเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน โดยเฉพาะไม้ดอกไม้ประดับ รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเรียนรู้การเกษตรอย่างครบวงจร สามารถนำรายได้ให้ท้องถิ่นต่อปีหลายสิบล้านบาทและสร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดนครราชสีมา อย่างไรก็ตามนายก ฯ ยืนยันไม่สามารถให้ทำการค้าต่อได้อีก ต้องคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม นี้ รับจะหาพื้นที่ทำการค้าให้ใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ฝั่งตรงข้ามตลาดเดิม ขอให้ คสช.โปรดพิจารณาทบทวนการขอคืนพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่เป็นส่วนหนึ่งของตลาดแห่งนี้ เพื่อให้พวกเราได้ค้าขายต่อไปด้วย
ด้านนางสาวรุ่งเรือง กาญจนวัฒนา นายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) เมืองใหม่โคกกรวด อำเภอเมือง ให้สัมภาษณ์ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า คณะผู้บริหารและสภา ทต.เมืองใหม่โคกกรวด ได้ดำเนินการตามนโยบายของ คสช. ซึ่งให้แต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งรัดแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะให้เป็นรูปธรรม จึงได้ชี้แจงทำความเข้าใจให้ผู้ประกอบการที่บุกรุกที่สาธารณะเป็นเวลาร่วม 20 ปี รับทราบและเป็นไปอย่างละมุนละม่อม ซึ่งมีบางรายลงทุนก่อสร้างเป็นอาคารถาวร รวมทั้งส่วนหนึ่งมิใช่คนในพื้นที่อาจไม่พอใจ จึงนัดรวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรม“ เราได้แจ้งให้ทราบมานานกว่า 2 ปี เพื่อให้กลุ่มที่เดือดร้อนเตรียมหาพื้นที่ใหม่และที่ผ่านมาฝ่ายปกครอง ได้มีหนังสือทวงถามมาเป็นระยะๆ จึงได้ข้อสรุปเบื้องต้นภายในระยะเวลา 6 เดือน จะต้องบังคับใช้กฎหมาย เพื่อขอคืนพื้นที่สาธารณะกว่า 3 ไร่ มิเช่นนั้นตนและผู้เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

