สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯเปิดนิทรรศการ ‘เย็นศิระเพราะพระบริบาล’ 9 กุมภาพันธ์นี้

6.02.17 | 13:26 น.

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (กอร.รส.) บริเวณท้องสนามหลวง พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอร.รส. กล่าวภายหลังการประชุมร่วม กอร.รส.ว่า ช่วงที่ผ่านมามีประชาชนเดินทางมาเข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระบรมมหาราชวัง เฉลี่ยประมาณ 3 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเดินทางมากราบถวายสักการะในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง และจะใช้เวลาในการเข้ากราบถวายสักการะประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งการดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเป็นปกติ

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวว่า กอร.รส.เตรียมจะดำเนินงานเพิ่มเติมในส่วนของกิจกรรมนิทรรศการเย็นศิระเพราะพระบริบาลที่จัดขึ้นบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานเปิดนิทรรศการในวันที่ 9 กุมภาพันธ์นี้ จากนั้นในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ก็จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าชมนิทรรศการที่จะมีความสวยงามมาก และสะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 ทั้งนี้ ได้วางแผนไว้ 2 แนวทางในการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการ คือ 1.ให้ประชาชนที่เข้ากราบถวายสักการะพระบรมศพแล้วมาเข้าชมนิทรรศการ และ 2.ถ้ามีประชาชนมาต่อคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพยาวก็ถือโอกาสให้เข้าชมนิทรรศการก่อน รวมทั้งเตรียมเปิดให้กลุ่มคณะบุคคลจากสถาบันการศึกษาต่างๆ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ดูแลในส่วนของบ้านเด็กด้อยโอกาสได้จัดคิวเพื่อเข้าชมนิทรรศการด้วย ซึ่งจะสามารถเข้าชมได้รอบละ 5 คณะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยในส่วนของ กอร.รส.จะอำนวยความสะดวกในการผ่านเข้าออกพื้นที่อย่างเต็มที่

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นยังได้เตรียมการในเรื่องของการจัดบริหารพื้นที่สำหรับการรองรับงานในอนาคตภายในพื้นที่ท้องสนามหลวง โดยในช่วงเดือนเมษายนจะต้องเตรียมพื้นที่ที่จะใช้ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งจะมีการปรับในเรื่องจุดคัดกรอง โดยขณะนี้ได้มีการปิดจุดคัดกรองบางจุดแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บริเวณทางเข้าด้านวัดมหาธาตุ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนของเส้นทางหรือว่าการเข้าคิว มิเช่นนั้นก็อาจทำให้เกิดการซ้อนแถวกัน ทั้งนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมีการประสานงาน และจัดระบบการเปิด-ปิดจุดคัดกรองใหม่ รวมถึงการนำประชาชนเข้าสู่เต็นท์พักคอยตามตัวอักษร ซึ่งตอนนี้ได้เปลี่ยนเส้นทางจุดเข้าแล้วจากเดิมที่เข้าทางถนนสายกลางเป็นมาเข้าทางด้านทิศเหนือ โดยเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ยังฝากถึงประชาชนที่จะเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพให้แต่งกายด้วยชุดสุภาพให้เหมาะสม ซึ่งก็ไม่เตรียมชุดสุภาพไว้ให้ยืมที่สนามหลวงด้วย อีกทั้งกระทรวงวัฒนธรรมได้จัดสายตรวจมาคอยให้คำแนะนำในเรื่องการแต่งกายให้เหมาะสมด้วย ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งรับหน้าที่ดูแลคนไร้ที่พึ่งบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง แต่ในพื้นที่ไม่ค่อยมี แต่กระจายไปอยู่ตามพื้นที่รอบนอก โดยจะมีการจัดระเบียบ และช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งให้ได้รับการดูแลมากขึ้นต่อไปด้วย

ขณะที่ ผศ.ดร.ธีรภัค ไชยชน เลขานุการศูนย์อำนวยความสะดวกพระภิกษุสามเณร เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันมาฆบูชา ทางสำนักพระราชวังได้เล็งเห็นว่ามีประชาชนเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ และมีพระภิกษุสงฆ์มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก และเกรงว่าจะเดินทางกลับไปเวียนเทียน เพื่อแสดงตนเป็นพุทธมามกะในวันมาฆบูชาไม่ทัน จึงได้จัดงานเจริญพระพุทธมนต์มาฆบูชา เพ็ญเดือน 3 ที่ศูนย์อำนวยความสะดวกพระภิกษุสามเณร ท่าราชวรดิฐ ประตูทางออกเทวาภิรมย์ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 17.00-21.00 น. เพื่อให้ประชาชนที่เดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพได้แสดงตนเป็นพุทธมามกะและเวียนเทียนสวดมนต์บทอิติปิโส 108 จบ ถวายเป็นพุทธบูชาแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

ด้านนายวิกร เพิ่มพวก รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร Volunteers for dad กล่าวว่า ทางศูนย์ได้เปิดรับอาสาสมัครตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม-18 กุมภาพันธ์ เพื่อเข้าอบรมเรื่องการดูแลต้นมะขามบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งทางศูนย์ได้ร่วมกับสำนักสิ่งแวดล้อม กทม., กรมป่าไม้ และกรมศิลปากร เพื่อดูแลและฟื้นฟูต้นมะขามในพื้นที่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้รับสั่งมาจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้ดูแลและฟื้นฟูต้นมะขามให้มีความงดงาม โดยการดูแลตอนนี้ได้แบ่งเป็นส่วนเหนือและส่วนใต้ของสนามหลวง ซึ่งได้ฟื้นฟูโซนเหนือไปแล้ว 1 ใน 3 ภายใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง ศ.กิตติคุณ เดชา บุญค้ำ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ และสถาปัตยกรรม รวมทั้งอาจารย์บรรจง สมบูรณ์ชัย คณบดีสถาปัตยกรรมศาสตร์ และการออกแบบสิ่งแวดล้อม ม.แม่โจ้ ซึ่งมีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องการอุดโพรง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จะเข้ามาดูพื้นที่ของต้นมะขาม และจะเกี่ยวข้องกับการย้ายต้นมะขามออกจากพื้นที่จำนวน 50 ต้น เพื่อก่อสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกับสวนนงนุช, สำนักสิ่งแวดล้อม กทม., กรมป่า และกรมศิลปากร เข้ามาช่วยในการดูแลต้นมะขามที่จะต้องมาล้อมย้ายเคลื่อนที่ออกไปให้เกิดความสมบูรณ์มากที่สุด เพราะต้นมะขามบางต้นอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว ดั้งนั้นจะต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ และผู้เชี่ยวชาญดูแลต้นมะขามอย่างดี นอกจากนี้ กอร.รส. ได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคลที่ประกอบคุณงามความดี และเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม 3 คน ประกอบด้วย พ.จ.อ.ครรชิต แก้วใหญ่ อายุ 52 ปี พลขับรถโบราณเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เก็บกระเป๋าสตางค์ภายในมีเงินสด 8,000 บาท พร้อมเอกสารสำคัญ และนำส่งคืนเจ้าของได้ เมื่อวันที่ 27 มกราคม, นายปิยะณัฐ ผ่อนผัน อายุ 25 ปี อาสาสมัครประจำรถบริการรับ-ส่งประชาชนฟรี เก็บโทรศัพท์มือถือได้ และนำส่งคืนนักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อวันที่ 28 มกราคม และนายสุเวช สังข์ภิญโญ พลขับรถโบราณเจษฎาเทคนิคมิวเซียม เก็บถุงกระดาษภายในมีกระเป๋าหนังและเอกสารสำคัญได้ ก่อนนำส่งคืนเจ้าของเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เมื่อวันที่ 29 มกราคม

Advertisement