เครือข่ายทนายความสิทธิเป็นตัวแทนผู้เสียหายกรณีตากใบเตรียมยื่นฟ้อง 9 จนท.วันที่ 25 เม.ย.นี้
เมื่อวันที่ 22 เมษายน มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม มูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาทนายความ แจ้งว่า วันที่ 25 เมษายนนี้ ทีมทนายความจะเดินทางไปศาลนราธิวาสเพื่อยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐ 9 คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของประชาชนในระหว่างการขนย้ายหลังถูกจับกุมในการสลายการชุมนุมหน้าสภอ.ตากใบ เมื่อ 25 ต.ค. 2547
การฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ 9 รายดังกล่าว ทีมทนายความตั้งข้อหาว่า มีการหน่วงเหนี่ยวกักขัง อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และมาตรา 310 การฆ่าผู้อื่นและกระทำในลักษณะที่โหดร้าย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 และ 289 (5) และยังเป็นเจ้าพนักงานที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ก่อให้เกิดผลเสียหาย
ต่อผู้อื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ผู้เสียหายและญาติผู้ตายส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมกันเป็นโจทก์และมอบหมาย ให้ทีมทนายความทำคดีมีความตั้งใจมุ่งมั่นว่า การฟ้องร้องดำเนินคดีครั้งนี้ กระทำเพื่อจะแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้ตาย พวกเขาไม่ได้หวังผลเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ
ก่อนหน้านี้ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีอันควรมี เนื่องมาจากการสลายการชุมนุมที่หน้าสภ.อ.ตากใบดังกล่าว และคณะกรรมาธิการฯได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการเรียกเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องไปชี้แจงแล้ว ปรากฏจากข้อมูลที่มีการ ชี้แจงต่อกรรมาธิการว่า ในสำนวนคดีไต่สวนการตาย พนักงานสอบสวนได้สรุปว่าไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดและไม่ทราบถึงสถานะและ ความมีอยู่ของสำนวนคดี ข้อเท็จจริงนี้ทำให้เห็นว่าเส้นทางการดำเนินคดีอาญาที่เพิ่งเริ่มโดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เกิดขึ้น ในขณะที่อายุความของการเป็นคดีอาญากำลังจะสิ้นสุดลงในอีกไม่กี่เดือนหน้า
แม้เหตุการณ์ตากใบจะผ่านมาแล้วเกือบ 20 ปี แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนขวัญ มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และด้วยวิธีการที่ทารุณโหดร้าย แม้ญาติผู้เสียชีวิตจะได้รับการเยียวยา จากภาครัฐไปแล้ว แต่ผลพวงของเหตุการณ์ยังคงเป็นที่รับรู้กันทั่วไปทั้งในระหว่างเครือญาติครอบครัวที่สูญเสียและประชาคมที่ติดตามกรณีนี้ที่ต่างต้องการความยุติธรรม แต่ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนอย่างมากแล้วว่า กระบวนการทางคดีอาญาไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ได้ เพื่อจะหาตัวผู้กระทำความผิดให้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี เพื่อให้มี การค้นหาความจริงและพฤติกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อให้มีการลงโทษผู้กระทำผิดตามกฎหมาย
ทั้งหมดนี้จะเป็นการเยียวยาความรู้สึกของครอบครัวและผู้ เกี่ยวข้อง มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม และศูนย์นิติธรรมสมานฉันท์จังหวัดชายแดนภาคใต้ สภาทนายความได้ร่วมกันรับมอบหมายจากผู้เสียหายและญาติผู้เสียชีวิตบางส่วน ให้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์สลายการชุมนุมและการขนย้ายดังกล่าว ทั้งครอบครัวผู้เสียหายและทีม
ทนายความเชื่อว่า การทำความจริงให้ปรากฎและสร้างความยุติธรรม โดยอาศัยกระบวนการทางศาลเช่นว่านี้จะส่งผลด้านดีอย่างมากต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีความขัดแย้งยืดเยื้อมายาวนานถึง 20 ปี

