ไวยาวัจกรวัดบางคลาน แจ้งความ พบเงินวัดล่องหน เข้าบัญชีสีกา หลังอดีตเจ้าอาวาสมรณะ มรณภาพ ถูกแอบถอนเงินออกจากบัญชีธนาคารแล้วนำเข้าบัญชีส่วนตัว 4 ครั้ง ขณะที่ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตรสั่งการให้ตำรวจที่รับผิดชอบคดี เร่งรวบรวมเอกสารหลักฐานส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 เมษายน นายพร ปั้นเพ็ง ไวยาวัจกรวัดหิรัญญาราม หรือวัดบางคลาน ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อ พระครูวิสิฐลีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ได้มรณภาพลง ทาง คณะกรรมการวัดบางคลานชุดใหม่ และเจ้าอาวาสรูปใหม่ที่รักษาการในช่วงนั้น ได้ยื่นขอจัดการมรดกของอดีตเจ้าอาวาส แต่มีคนที่คอยดูแลทรัพย์สินของเจ้าอาวาสองค์เก่ามายื่นต่อสู้เรื่องการจัดการมรดกเอง จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งพิพากษาจากศาลให้วัดเป็นผู้จัดการมรดก
เมื่อทางวัดได้เป็นผู้จัดการมรดกของอดีตเจ้าอาวาสองค์เก่า คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของวัดบางคลาน ได้ไปตรวจสอบบัญชีการเงินอดีตเจ้าอาวาส ของธนาคารกสิกรไทย สาขาบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร จึงพบว่า ได้มีการแอบลักลอบโอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวไป 4 ครั้ง ครั้งละ 1 แสน บาท รวมเป็นเงิน 4 แสนบาท หลังจากเจ้าอาวาสมรณะภาพได้ไม่นาน ซึ่งพระครูวิสิฐลีลาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบางคลาน ท่านมรณะภาพไปเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ช่วงประมาณตี 5
แล้วต่อมาในเวลา 11.00 น. ของวันที่ 24 มิถุนายน 2565 ก็ได้มีการโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของสีการายหนึ่ง เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท จากนั้น ในวันที่ 25-27 มิถุนายนได้มีการโอนออกไปอีก วันละครั้ง ครั้งละ 1 แสนบาท เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 4 แสนบาท โดยใช้โมบายแบงก์กิ้งของโทรศัพท์มือถือ

ซึ่งเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่า ก่อนจะโอนออกมีเงินในบัญชีอยู่ 1 ล้านกว่าบาท แต่เราเคยตรวจสอบตอนเดือนสิงหาคม มีเงินทั้งหมด 1,820,000 บาท หลังจากโอนออกในบัญชีเหลือเงินเพียง 620,000 บาท จากนั้นก็ได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางมูลนาก การดำเนินการตอนนี้ที่ทราบครั้งล่าสุดเมื่อ 2 เดือนที่แล้วว่ามีกำลังดำเนินการเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาให้การ ตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทางวัดได้ไปแจ้งความเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2567
นอกจากนี้ในส่วน เรื่องทรัพย์สินการเช่าที่นาของวัดบางคลาน เพื่อทำนาซึ่งวัดจะมีพื้นที่นาให้เช่า ไร่ละ 600 บาท ต่อปี จำนวน 45 ไร่ ซึ่งทำนาได้ถึงปีละ 3 ครั้ง แต่ตั้งแต่ปี 2560 ผู้เช่านาไม่เคยจ่ายเงินค่าเช่าให้กับวัดเลยแม้แต่บาทเดียว ถ้าคิดเป็นเงินก็ประมาณ 2-3 แสนบาท วัดก็จำเป็นต้องยกเลิกการเช่านาแล้วยื่นฟ้องศาลให้ผู้เช่าคืนนาให้กับทางวัด ก็เลยต่อสู้คดีกันมา และบ้านผู้เช่านาก็อยู่หลังวัด แต่อดีตไวยาวัจกร รายหนึ่งไปทำสัญญาให้เขาเช่า ทั้งที่ตนหลุดพ้นจากตำแหน่งไปนานแล้ว และศาลเลยตัดสินให้เขามีส่วนร่วมต้องชดใช้ให้กับวัดเป็นจำนวนเงิน 60,000 บาท ตอนนี้ไม่ยอมออกซึ่งรอศาลสั่งขับไล่ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่ทราบผลว่าเป็นยังไง
ด้าน พล.ต.ต.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ได้เดินทางไปตรวจราชการที่ สภ.บางมูลนาก โดยได้กล่าวว่าตอนนี้ได้กำฉับให้ผู้กำกับหัวหน้า สภ.บางมูลนาก เร่งติดตามดูแลคดีดังกล่าวที่มีเจ้าทุกข์แจ้งความไว้ และให้ชัดเจนว่ามันมีความผิดเกิดขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร และให้สืบสวนต่อ พร้อมกับรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ตามข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น และให้ดำเนินคดีตรงไปตรงมาตามกฎหมาย




