วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 10.00 น. พ.อ.ชายธนัญชา วาจรัต ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ได้สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนสินค้าเถื่อนและแรงงานเถื่อนเข้ามายังพื้นที่รับผิดชอบ จึงสั่งการให้ พ.ท.กมล เรืองนาราบ รองผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 ประสาน พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญประเสริฐนนท์ ผกก.สภ.คลองหาด นายประเสริฐ ปานบารมี หัวหน้าด่านตรวจสัตว์น้ำจังหวัดสระแก้ว วางแผนร่วมกันสกัดกั้นจับกุมอย่างเข้มงวด
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการตั้งด่านเพื่อทำการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณสามแยก บ้านห้วยไคร้ หมู่ 2 ต.เบญจขร อ.คลองหาด จ.สระแก้ว พบรถยนต์ต้องสงสัย เห็นลักษณะคล้ายบรรทุกของหนัก แต่เมื่อรถคันดังกล่าวขับเข้ามาเห็นด่านตรวจได้เร่งเครื่องยนต์พยายามขับหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงขับรถยนต์ไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิด กระทั่งถึงบ้านคลองจิก หมู่ 8 ต.ไทรเดี่ยว อ.คลองหาด จึงสกัดจับไว้ได้ พบเป็นรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซิติ้ ไทร์แซด สีน้ำเงิน มีนายพัชรพล ชินรัมย์ อายุ 27 ปี อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นคนขับ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่กระโปรงหลัง พบกระสอบปุ๋ย 3 กระสอบ ตรวจสอบภายในเป็นหนังจระเข้ขนาดใหญ่ ยาว 2-3 เมตร จำนวน 51 ตัว
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงขอดูเอกสารการนำเข้า แต่นายพัชรพลไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดมาทำการสอบสวน ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 อำเภอคลองหาด จ.สระแก้ว
จากการสอบสวนนายพัชรพลอ้างว่า มีอาชีพเป็นช่างเครื่องหนังอยู่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมาซื้อหนังจระเข้ในตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ กับชาวกัมพูชาที่รู้จักกัน ในราคาตัวละ 500 บาท เพื่อนำกลับไปทำพวกเครื่องประดับ เช่น เข็มขัด รองเท้า และกระเป๋า แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหาด แจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองสัตว์ป่า สัตว์น้ำ โดยไม่ได้รับอนุญาตเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตาม หนังจระเข้เถื่อนทั้งหมดมีความสมบูรณ์มากและขนาดใหญ่เต็มตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเผยว่าถ้านำไปขายยังโรงงานฟอกหนังจระเข้จะมีราคาประมาณ 700,000-1,000,000 บาทเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นจระเข้ตัวใหญ่และหนังสมบูรณ์มากอีกด้วย

