วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 จากกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ร่วมกันสนธิกำลัง กับกรมทหารราบที่ 4 ฝ่ายปกครองจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ทำการจู่โจมตรวจค้นบ้านกลุ่มเครือข่าย ของนายวิชัย ปั้นงาม หัวหน้าขบวนการเงินกู้นอกระบบ ในพื้นที่ ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี รวม 10 จุด โดยตรวจค้นและทำการยึดทรัพย์สินในครั้งนี้ได้มากกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งจะยังคงดำเนินการสืบสวนและตรวจค้นกลุ่มเครือข่าย ของนายวิชัย และมีนักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่อยู่ร่วมในขบวนการเครือข่ายนี้ด้วยหรือไม่
พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวเพิ่มเติมถึงการตรวจค้นบ้านกลุ่มเครือข่ายของนายวิชัย ในครั้งนี้ว่า หลังการสนธิกำลังตรวจค้นและอายัดทรัพย์สินของเครือข่าย นายวิชัย ปั้นงาม ในพื้นที่ หมู่ 7 ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี รวม 10 จุด เป็นบ้าน 10 หลัง บนเนื้อที่ดินจำนวน 118 แปลง ประมาณ 800 กว่าไร่ รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งบ้านจุดที่ได้ทำการอายัดในครั้งนี้ คือจุดที่ 1 จากของการตรวจค้นกลุ่มเป้าหมายพร้อมกันทั้ง 10 หลังนั้น อดีตบ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของนายวิชัย แต่ปัจจุบันนี้เป็นบ้านของพ่อและแม่ของนายวิชัย ซึ่งการตรวจค้นเอกสารหลักฐานดังกล่าวนั้น พนักงานสอบสวนเชื่อว่าเป็นเครือข่ายที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน
“โดยสรุปภารกิจในครั้งนี้ก็คือ เราได้ร่วมกันสนธิกำลังกันทำการตรวจค้น ในภารกิจหลักๆ 2 ประเด็น ซึ่งตัวนายวิชัย เองนั้นก็ยังคงอยู่ในการหลบหนี อีกทั้งเครือข่ายนั้นมีอยู่จำนวนมากและยังกระจายอยู่ทั่วประเทศ 86 สาขาทั่วประเทศ ซึ่ง ณ ขณะนี้ทางพยานหลักฐานในสำนวนยังเป็นนายวิชัย และเครือข่าย แต่รอให้มีพยานหลักฐานชัดเจนถึงใคร กรมสอบสวนคดีพิเศษจะดำเนินการทั้งหมด ซึ่งการ รวบรวมพยายานหลักฐานกำลังมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ ซึ่งน่าจะพบรายชื่อบุคคลที่อยู่ในขบวนการประมาณ 2,000 ราย ซึ่งในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี คาดว่ามีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งยังคงต้องดำเนินตรวจสอบต่อไปเรื่อยๆ เนื่องจากทรัพย์สินนั้นยังมีอีกมาก เป็นทั้ง เงินสด หุ้น และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งยังคงจะต้องทำการตรวจสอบหาข้อมูลและขยายผลเครือข่ายนี้เพิ่มเติมต่อไป” พ.ต.ต.สุริยา กล่าว

ด้านนายศรัทธา คชพลายุกต์ ปลัดจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า ซึ่งในการสืบสวนค้นหาเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ในครั้งนี้ ทางปกครองจังหวัดอุทัยธานี ได้ให้ความร่วมมือกับดีเอสไอเป็นอย่างดี ซึ่งทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องก็ได้ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบค้นหาหลักฐาน พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่จากที่ดินจังหวัดอุทัยธานี ในการตรวจสอบเอกสารสิทธิ ซึ่งเรื่องการดำเนินการปล่อยเงินกู้นอกระบบจนกลายเป็นเครือข่ายขนาดนี้นั้น เป็นเรื่องในส่วนของระหว่างผู้กู้ และผู้ให้กู้ แต่ด้วยอัตราดอกเงินกู้มันสูงเกินไป และทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามขึ้นมาเยอะ ทางราชการคงจะไม่ปล่อยให้มีการกระทำเช่นนี้ต่อไปไม่ได้ แต่ในส่วนที่คาดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ราชการ หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้ด้วยหรือไม่นั้น ยังคงต้องขอขยายผลตรวจสอบต่อไปเรื่อยๆ เพราะกลุ่มเครือข่ายนี้นั้นมีมากมายอยู่หลายจังหวัด
“วันนี้ทางดีเอสไอได้ร่วมกันสนธิกำลังกับ กรมทหารราบที่ 4 ฝ่ายปกครองจังหวัดอุทัยธานี รวมทั้งเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เข้าร่วมสนธิกำลังตรวจค้นและยึดอายัดทรัพย์สินของเครือข่ายนายวิชัยพร้อมกัน จำนวน 10 หลัง โดยสรุปวันนี้ เราได้ทำการอายัดที่ดินจำนวน 118 แปลง ประมาณ 800 กว่าไร่ รวมมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท ซึ่งการตรวจค้นเอกสารหลักฐานดังกล่าวนั้น พนักงานสอบสวนเชื่อว่าเป็นเครือข่ายที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน จึงอยากจะฝากถึงบุคคลที่มีชื่อเป็นเจ้าของ ให้กรุณารีบแสดงตัวในการแสดงสิทธความเป็นเจ้าของ โดยการไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ข้อมูล ว่าท่านนั้นเกี่ยวข้องอย่างไร และได้ทรัพย์สินต่างๆเหล่านี้มาอย่างไร ซึ่งทางกรมสอบสวนคดีพิเศษจะทำการพิจารณาว่าเกี่ยวข้องในขั้นตอนไหน เพื่อจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายศรัทธา กล่าว

