เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 96 ประชาชนจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศยังเดินทางมายังพระบรมมหาราชวัง เพื่อต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ แม้อากาศจะค่อนข้างร้อน และเป็นวันทำงานวันแรกของสัปดาห์
นายสุภาพ สุนทรนนท์ อายุ 71 ปี ชาวจ.สระบุรี ประธานชมรมคนรักในหลวงสระบุรี กล่าวว่า ชมรมคนรักในหลวงสระบุรี ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ทางชมรมฯ ได้น้อมดำเนินงานตามรอยพระราชดำริของพระองค์ ทั้งแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่เผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆและได้สนับสนุนการจัดพิมพ์สารานุกรมไทย ฉบับพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทุกปี กว่า 40 ปีหรือ 40 เล่มแล้ว แจกจ่ายให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ และจะสืบสานแนวทางพระราชดำริของพระองค์ท่านเพื่อเผยแพร่ต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนและปฏิบัติพระราชกิจในพื้นที่สระบุรี กว่า 14 ครั้ง ซึ่งตนมีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่านครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมาเปิดเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต
“ตนเกิดในครอบครัวข้าราชการ พ่อเป็นข้าราชการตำรวจ และยังเคยรับราชการทหารอากาศอยู่ช่วงหนึ่ง ตนจึงยึดมั่นในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ขณะที่ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้อธิษฐานถึงพระองค์ให้ทรงปกป้องคุ้มครองประชาชนและประเทศไทยให้อยู่เย็นเป็นสุขตลอดไป” นายสุภาพกล่าว

นางสาวจารึก เย็นเอง อายุ 64 ปี ชาวจ.นครศรีธรรมราช กล่าวน้ำตาคลอว่า ช่วงนี้ตนได้อยู่ที่บ้านญาติย่านนนทบุรีเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน เมื่อมีโอกาสก็จะหาเวลามากราบสักการะพระบรมศพ แม้ว่ามาคนเดียวก็ตั้งใจจะมา โดยครั้งนี้ได้มากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 3 แต่ได้เข้ากราบสักการะ 4 ครั้งแล้ว เพราะวันนี้โชคดีได้ต่อแถวเข้ามากราบสักการะถึง 2 ครั้ง แต่หากเป็นไปได้ก็อยากจะมากราบพระองค์ทุก ๆ วัน เพราะตนรักในหลวงมาก สิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อคนไทยมีมากมายเกินกว่าที่จะบรรยายได้หมด
“ป้าเคยมีโอกาสได้รับเสด็จฯ พระองค์อย่างใกล้ชิด เมื่ครั้งที่พระองค์เสด็จฯ ไปเยี่ยมราษฎร จ.นครศรีธรรมราช ปี 2514 โดยเสด็จฯ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี แต่ละอำเภอได้มีการจัดซุ้มต้อนรับพระองค์ ขณะนั้นป้าอายุ 18 ปี อยู่ที่ซุ้ม อ.ฉวาง ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีปัญหาคอมมิวนิสต์ เพราะองค์ท่านได้มีพระราชปฏิสันถารกับข้าราชการ อ.ฉวางอยู่นาน ป้าจึงได้รับเสด็จฯ ใกล้ชิดมาก เป็นความทรงจำที่ไจำได้ไม่ลืมแม้ว่าจะผ่านมานาน ซึ่งพระองค์ทำให้ประชาชนชาวไทยผ่านช่วงเวลายากลำบาก ที่มีกลุ่มคอมมิวนิสต์คุกคามมาได้” นางสาวจารึกกล่าวและว่า
ตนยังได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริมาสอนให้แก่หลานๆ แม้ว่าจะยังเล็กและอาจไม่รู้เรื่องมาก แต่เมื่อได้เห็นภาพหรือสารคดีทางโทรทัศน์ หลานๆ ก็รับรู้ว่าคือในหลวง ทั้งนี้ ยังได้สอนหลานให้ยึกหลักความสื่อสัตย์และกตัญญูตามแบบอย่างพระองค์ท่านด้วย

