นักธุรกิจสาว ร้องเลเซอร์ขนคลินิกดัง ทำน้องสาวไหม้-แผลติดเชื้อ ซ้ำไม่รับผิดชอบ

23.04.24 | 20:26 น.

นักธุรกิจสาว ร้องเลเซอร์ขนคลินิกดัง ทำน้องสาวไหม้-แผลติดเชื้อ ซ้ำไม่รับผิดชอบ สูญค่ารักษาเกือบครึ่งแสน 

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567 ที่ศูนย์ร้องทุกข์ เพจสายไหมต้องรอด เขตสายไหม กทม. น.ส.เสาวลักษณ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี นักธุรกิจสาว ชาวรังสิต ปทุมธานี เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือต่อ นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด

หลังจากเสริมความงามที่คลินิกชื่อดังย่านรังสิต ปทุมธานี ด้วยการซื้อคอร์สเลเซอร์ขนเพชร และได้ไปเลเซอร์เมื่อวันที่ 18 มี.ค.67 หลังจากเลเซอร์มีอาการปวดแสบปวดร้อนจนเป็นแผลพุพอง มีอาการติดเชื้อรุนแรงมากขึ้น จนแพทย์ที่รักษาต้องสั่งนอนโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ ให้ยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 3 คืน

น.ส.เสาวลักษณ์กล่าวว่า ตนรู้จักคลินิกแห่งนี้ทางเฟซบุ๊กจากการยิงโฆษณาของทางคลินิก เห็นว่ามีชื่อเสียงจึงทักไปพูดคุย และนัดวันเข้าไปยิงเลเซอร์ในวันที่ 18 มี.ค.67 เวลา 16.00 น. โดยคิดราคาครั้งละ 2,000 บาท ตนผิดสังเกตตั้งแต่เริ่มทำการยิงเลเซอร์

เนื่องจากคนยิงเลเซอร์แต่งตัวเหมือนพนักงานทั่วไป ไม่ได้ใส่ชุดแพทย์ หลังยิงเลเซอร์เสร็จตนรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วอวัยวะเพศ จึงปรึกษากับทางคลินิก ตอนนั้นเขาแจ้งว่าเป็นอาการปกติ เดี๋ยวจะหายไปเอง ตนจึงกินยาลดไข้ ยาแก้ปวด แล้วนอนพัก

Advertisement

ต่อมาวันรุ่งขึ้นตนตื่นมา หลังจากอาบน้ำรู้สึกปวดแสบที่อวัยวะเพศมาก เห็นเป็นตุ่มน้ำใสๆ รอบอวัยวะเพศ พออาบน้ำเสร็จเอาผ้าเช็ดตัวเช็ด พบว่าผิวหนังที่อวัยวะเพศเปื่อยหลุดติดออกมากับผ้าเช็ดตัว และมีอาการแสบมาก พร้อมกับมีไข้ จึงโทรกลับไปแจ้งทางคลินิกอีกครั้งถึงอาการที่เกิดขึ้น

จากนั้นตนได้ไปซื้อยาที่ร้านขายยาใกล้บ้านมากินและทา แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น จึงไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล พบว่าแผลจากการยิงเลเซอร์มีอาการติดเชื้อรุนแรง แพทย์จึงให้แอดมิตเพื่อดูอาการเนื่องจากอยู่ใกล้ช่องคลอด และประเมินค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2-3 หมื่นบาท หากไม่ติดเชื้อเพิ่ม

ตนจึงติดต่อกลับไปที่คลินิกอีกครั้งเพื่อแจ้งค่าใช้จ่ายในการรักษา โดยขอให้ทางคลินิกช่วยค่ารักษา 20,000 บาท ส่วนที่เหลือตนจะเป็นคนจ่ายเองทั้งหมด แต่ทางคลินิกแจ้งว่าให้ตนรักษาได้เลย คลินิกจะออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดเอง

ตอนนั้นตนรู้สึกสบายใจและชื่นชมในความรับผิดชอบของทางคลินิกมาก ระหว่างนอนรักษาตัวตนได้อัพเดตอาการให้ทางคลินิกทราบทุกวัน หลังจากตนนอนให้น้ำเกลือและยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 3 วัน อาการเริ่มดีขึ้น แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ โดยมีค่ารักษาอยู่ที่ 42,642 บาท ตนจึงสำรองจ่ายไปก่อนและส่งใบเสร็จให้กับทางคลินิกเพื่อเบิกเงินคืนตามที่แจ้งไว้ แต่พอหลังจากส่งใบเสร็จไป เหตุการณ์กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที

ทางคลินิกปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างแต่เพียงว่าไม่มีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล อีกทั้งอาการบาดเจ็บ อาการติดเชื้อก็ไม่เกี่ยวกับทางคลินิก เขาขอคืนเงินค่ายิงเลเซอร์ 2,000 บาท แล้วจบกันไป ตนเห็นว่าเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง คลินิกปัดความรับผิดชอบอย่างน่าอาย

เรื่องนี้ตนไม่ได้เรียกร้องเงินค่าทำขวัญที่ทำให้ตนเจ็บตัวต้องมานอนโรงพยาบาลเลยแม้แต่บาทเดียว เงินจำนวน 42,642 บาท เป็นเงินค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายจริงทั้งสิ้น ตนจึงตัดสินใจมาร้องขอความเป็นธรรมจากเพจสายไหมต้องรอดดังกล่าว เพื่อไม่ให้คลินิกไปทำแบบนี้กับคนอื่นๆ อีก

ด้านนายเอกภพกล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นจะประสานไปยังกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อขอให้เข้ามาตรวจสอบคุณภาพและมาตราฐานในการประกอบวิชาชีพว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ตามข้อร้องเรียนดังกล่าวต่อไป