ส.ก.คลองสาน คาใจ ‘ทราฟฟี่ ฟองดูว์’ ปมร้องเรียนซ้ำ-กระทบตัวชี้วัดหน่วยงาน ด้านชัชชาติยันให้ความเป็นธรรม ลั่นผลงานที่แท้จริงจะเป็นตัวบอก
เมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่อาคารไอราวัฒพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่หนึ่ง เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สอง (ครั้งที่ 4) ประจำปีพุทธศักราช 2567 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
ในตอนหนึ่งนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดเรื่อง ปัญหาการใช้งาน Traffy Fondue ของสำนักงานเขตคลองสาน เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีนโยบายรับเรื่องร้องเรียนผ่านแพลตฟอร์ม Traffy Fondue โดยประชาชนสามารถแจ้งปัญหาผ่านแอปพลิเคชัน Line ทำให้มีความสะดวกในการสื่อสารระหว่างประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง

นายสมชายกล่าวว่า ตนเข้าใจว่าผู้ว่าราชการนำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue จบปัญหาเมือง มาใช้ตั้งแต่ปี 2565 จนเป็นที่โด่งดัง เรามีพันธกิจในการแก้ไขเส้นเลือดฝอย 16 ด้าน ซึ่งเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2567 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการฯ ได้รายงานผลถึงพี่น้องประชาชนทราบ
“เรื่องร้องเรียนมีทั้ง หมด 5 แสนกว่าเรื่อง ท่านสามารถแก้ไขไปได้ 4 แสนกว่าเรื่อง คงค้างอยู่ 1 แสนเรื่อง แต่น่าเสียดายที่ 1 แสนกว่าเรื่อง ซึ่งอยากทราบว่ามีลำดับอะไรที่ยังคงค้าง สัก 5 อันดัน จริงๆ ผมก็อยากจะทราบอยู่เหมือนกัน” นายสมชายเผย
นายสมชายกล่าวอีกว่า วันนี้ Traffy Fondue กลายเป็นเครื่องมือที่บุคคลนำมาใช้ประหารกัน เพื่อทำให้คู่แข่งไม่ว่าหน่วยงานอะไรก็แล้วแต่ เกิดความเสียหาย เพราะว่าตนได้เชิญทาง Traffy Fondue มาในฐานะประฐานอนุกรรมการกิจการสภา ก็ได้รายงานข้อมูลมาว่า เราได้จ้างสวทช.เป็นผู้ดูแลระบบ และระบบที่ส่งต่อเป็นการที่ AI ไม่มีการคัดกรองใดทั้งสิ้น
“พอมีการร้องเรียนอะไรไปมันไปทั่วไป เกิดผลเสียหายขึ้นมา พี่น้องประชาชนต้องไปขออำนาจศาล เพื่อมาเปิดเผยข้อมูลผู้ร้อง เพราะตรงนี้เขาจะปิดชื่อผู้ร้อง และมีรายหนึ่งที่ผมรู้จักดีร้องเรียนไป ทั้งที่อำนาจศาลบอกให้ส่งไป พอถึงเวลาแล้วก็ไม่ได้ส่งไป ดังนั้นจึงจะบอกว่าวันนี้ Traffy Fondue เป็นจำเลยสังคมหลายเรื่อง” นายสมชายเผย

นายสมชายกล่าวว่า ตนจึงอยากจะถามคำถาม 3 ข้อ เรื่องแรก การแก้ไขปัญหาภาพตัดต่อ การร้องเรียนบุคคลที่ก่อให้เกิดความเสียหาย จะมีวิธีการแก้ปัญหาอย่างไร อันนี้เป็นคำถามที่หนึ่ง
ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวชี้แจงว่า เรื่องของ Traffy Fondue ก็เป็นกระบวนการที่นำมาใช้ เพื่อตอบสนองการแก้ไขปัญหาของประชาชนที่มีมากขึ้น เพราะว่าแต่ก่อนหลายครั้ง เรื่องที่ประชาชนร้องเรียนมา มันไม่สามารถเข้ามาถึงผู้บริหาร หรือ ได้รับการเอาใจใส่อย่างจริงจัง

“หัวใจของทราฟฟี่ ฟองดูว์ มีอยู่ 4 ด้าน สามารถขยายผลได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเป็น Operator ที่ต้องมานั่งรับโทรศัพท์ มันไม่มีความฝืด คือ จะแจ้งก็โมงก็ได้ ตี1 ตี2 แล้วข้อมูลที่เราได้มากว่า 60 เปอร์เซ็นต์ แจ้งมานอกเวลาราชการ มันไม่มีคนควบคุมคนเข้าออก ไม่ต้องรู้จักใคร เรื่องที่ไหนก็สามารถส่งเข้ามาในแพลตฟอร์มได้ รวมถึงสามารถให้คะแนนได้ว่ามีพฤติกรรมดี หรือ ไม่ดีอย่างไร ผมว่าก็เป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังที่เอามาใช้” นายชัชชาติเผย
นายชัชชาติกล่าวว่า อุปกรณ์ทั้งหมดก็คงไม่ได้มีแต่ข้อดี ก็ยังมีข้อเสียที่จะต้องเอามาปรับปรุงให้ดีขึ้น ต้องขอแจ้งว่ามีประชาชนร้องเรียนผ่านระบบแล้ว น่าจะประมาณ 5.7 แสนเรื่อง ตอนนี้เราก็แก้ไขแล้วเสร็จ 4.4 แสนเรื่อง ส่วนเรื่องที่ยังไม่ได้แก้ไขส่วนหนึ่ง็จะเป็นเรื่องที่อยู่หน่วยงานอื่น เช่น การไฟฟ้านครหลวง หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เรื่องที่ค้างของเราเอง ก็จะมีอยู่ 2-3 สำนัก เช่น สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานสิ่งแวดล้อม ที่ตอนนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่
“ทั้งหมดทั้งปวงคอมพิวเตอร์มันก็ไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันก็มีข้อที่บกพร่อง ทราฟพี่ ฟองดูว์ แม้จะมีระบบ AI ในการคัดเลือกก็จริง เช่น เขาจะจับคีย์เวิร์ดเรื่องเสาไฟ ก็จะกระจายไปตามกลุ่ม แต่บางทีการกระจายเองก็อาจจะไม่ได้สมบูรณ์ แต่จะมีคนรับเรื่องตอนปลายอีกครั้งหนึ่ง อย่างสำนักงานเขตก็จะมีคนคอยรับเรื่อง ถ้าเรื่องมันไม่ตรงเขาก็จะเตะไปเรื่องอื่น
ทีนี้เรื่องการตัดต่อภาพหรือเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่ 3 หรือ เกี่ยวกับความโปร่งใส มันจะต้องถูกเตะไปที่ความโปร่งใส ซึ่งอันนี้มันจะมีคนที่เข้าถึงได้โดยเฉพาะ เช่น ปลัดและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของเรา ไม่ได้เปิดสาธารณะ ฉะนั้นถ้า AI ตรวจสอบไม่ได้ว่ามีเรื่องนี้มาเกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ก็จะคอยสกรีน แล้วก็เตะเรื่องนี้ไปในเรื่องความโปร่งใสที่เป็นความลับ” นายชัชชาติชี้
นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ประเด็นนี้ เรามีทีมงานที่คอยตรวจสอบ มีอัตราอยู่ 14 คน ช่วยคัดกรองเรื่องนี้ ที่เขตมีคนคอยตอบเรื่องนี้อยู่ และถ้าเป็นเรื่องที่ซ้ำ เรื่องกลั่นแกล้งกัน ผมว่าเราสามรถแยกได้ ก็มีบางท่านที่อาจจะร้องเรียนซ้ำๆ กัน
“เพราะฉะนั้นเราก็มีคนคอยสกรีนและแยกเรื่องนี้ออกไป ก็จะรับเรื่องของท่านสมาชิกนำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ถึงแม้จะมีข้อบกพร่องแต่ที่ผ่านมาก็มีข้อดีเยอะมากๆ ส่วนข้อบกพร่องการตัดต่อภาพ สร้างความเสียหายให้แก่บุคคล เราจะนำไปปรับปรุง และให้คนช่วยสกรีนให้มากขึ้น” นายชัชชาติเผย

ด้านนายสมชาย กล่าวเพิ่มเติมถึงข้อ ที่ 1 ว่า วันนี้แอปไลน์ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย ความเสียหายที่มีต่อกลุ่มไลน์ เอาไปฟ้องร้องทางกฎหมายยาก และเรื่องร้องเรียนซ้ำ ซึ่งมีบางเขตที่ตนไปมา ค้าง 6 พันเรื่อง มีรายหนึ่งร้องวันละ 200 เรื่อง ถ้า AI ปล่อยอย่างนี้ ตัวชี้วัดเขตต่าง ๆ ที่โดนร้องเยอะ ๆ ก็จะเสียหาย
นายสมชายได้ถามคำถามเรื่องที่ 2 ว่าโรงไฟฟ้าสาธารณะที่เป็นเฟส 1 มีตัวโนด และโรงไฟฟ้าสาธารณะที่ยังคงค้างต่าง ๆ จะเสร็จสมบูรณ์ในการซ่อมแซมได้กี่โมง
นายชัชชาติ กล่าวว่า อันนี้เป็นจุดหนึ่งที่แสดงถึงจุดแข็งของ Traffy Fondue จะเห็นได้ว่าปัญหาตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาของ Traffy Fondue แต่จะเป็นปัญหาของการเข้าไปแก้ไขปัญหา หากดูล่าสุดสำนักงานเขตคลองสาน เราได้รับการแจ้งปัญหาเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ ตั้งแต่ 1 มกราคม – 20 เมษายน 2567 จำนวน 73 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 31 เรื่อง ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักโยธาหรือการไฟฟ้านครหลวง 31 เรื่อง อยู่ระหว่างการดำเนินการ 2 เรื่อง จัดซื้อจัดจ้าง 8 เรื่อง และไม่เกี่ยวข้อง 1 เรื่อง
“อันนี้คือตัวที่ต้องไปปรับปรุง จะดำเนินการตรงนี้ให้เสร็จทั้งหมดไม่เกิน 30 วัน สำนักโยธาอาจจะทราบปัญหาแล้ว ส่วนเรื่องตัวโหนดอาจจะมีปัญหาบางจุดที่ได้รับแจ้งมา เช่น เรื่องโหนด อาจจะไปอยู่ใกล้หม้อแปลงไฟฟ้า ได้รับแจ้งมา ในตัวกระแสแม่เหล็กหม้อแปลงไฟฟ้า หรือว่ากระบวนการเข้าซ่อมแซม ก็จะมีการรับเรื่องนี้ไป ซึ่งต้องแจ้งให้ทราบว่าที่เห็นไม่ใช่ปัญหาของตัวแพลตฟอร์ม เป็นปัญหาของฝ่ายปฏิบัติเอง ที่เราไม่สามรถนำข้อร้องเรียนของประชาชนทำให้เสร็จรวดเร็วได้ อันนี้คือเห็นได้ว่า พอมี Traffy Fondue ทำให้เราเห็นปัญหา จุดอ่อน ของฝ่ายบริหารและทีมงานของเรา” นายชัชชาติชี้
ด้านนายสมชาย ได้มีการเพิ่มเติมถึงคำถามข้อที่ 2 ว่า ในสัญญารับประกัน หรือ TOR มีการปรับผู้รับเหมาได้หรือไม่ ถ้าหากไม่มีการลงโทษ เชื่อว่าสำนักการโยธาเป็นจำเลยอีกคนของประชาชน ผมเข้าไปดูไฟกทม. ต้องสว่างสไสว เข้าไปดูคอมเม้นต์ประชาชนเข้ามาด่าหมดเลย
นายสมชาย ได้ถามถึงคำถามเรื่องที่ 3 ว่า ขอสอบถามว่าการคัดเลือก หรือเรื่องร้องเรียนที่ซ้ำ และการดำเนินการแก้ไขปัญหาล่าช้า สำนักเขตทุกเขต มีวิธีการอย่างใดเพื่อไม่ให้กระทบตัวชี้วัด
นายชัชชาติ กล่าวว่า มีตัวชี้วัด 1 ตัวที่เป็นภาพรวมของทุกเขต และของผู้ว่าด้วย คือ ต้องได้รับการแก้ไขปัญหา อย่างน้อย 75 เปอร์เซ็นต์ เป็นภาพรวมที่ทุกเขตรวมกัน ไม่ได้มีเขตใดเขตหนึ่งรับผิดชอบ อย่างที่เรียน อาจจะมีบางคนที่ร้องเรียนเยอะมาก ซึ่งต้องใช้ขบวนการที่ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เราเห็นได้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ใช่ความผิดของเขต มันก็จะมีการแยก และพิจารณาตามรายละเอียดต่อไป
“ซึ่งเราไม่ได้เชื่อคอมพิวเตอร์อย่างเดียว เรามีทีมงานคอยกลั่นกรองข้องร้องเรียนต่าง ๆ และไม่เฉพาะเขตคลองสาน ผมคิดว่ามีหลายเขต ที่มีการร้องเรียนซ้ำ อันนี้เราก็จะให้ความเป็นธรรม ดังนั้นจะไม่กระทบตัวชี้วัด และผลงานที่แท้จริง จะเป็นตัวที่บอกผลงานของแต่ละเขต เรื่องไหนที่ไม่เกี่ยวข้องเราก็จะแยกออกจากการพิจารณา” นายชัชชาติกล่าวทิ้งท้าย

