จากกรณี นายรัติภูมิ หรือเบิร์ด พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลล์แมนรถยนต์ ย่านเกษตร-นวมินทร์ หายตัวลึกลับตั้งแต่วันที่20 ธันวาคม 2559 ต่อมาเจ้าหน้าที่กทม. พบโทรศัพท์มือถือ และเงินสด 20,000 บาท จนกระทั่งพบรองเท้าหนัง แบบผู้ชาย บริเวณใต้ทางด่วนยกระดับฉิมพลี เมื่อทำการสืบสวนกลับไม่พบตัวแต่อย่างใด และไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา15.00น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ธรรมศาลา เจ้าหน้าที่ อปพร. สำนักงานเขตทวีวัฒนา เจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ อีโอดี กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ(บก.สปพ.) นำอุปกรณ์เครื่องตรวจหาโลหะใต้พื้นดิน และรถแบคโฮขนาดใหญ่มาค้นหาโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 6 เอส บริเวณซอยบรมราชชนนี 78แยก 7 และ 9 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา ตามที่น.ส.มิ้ว (นามสมมุติ)สาวคนสนิทนายรัติภูมิ กล่าวอ้างว่า นายรัติภูมิหยิบและวิ่งออกมาจากบ้าน ก่อนจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง หลังจากนั้นประมาณ1ชั่วโมงน.ส.มิ้วได้นำโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟนของเพื่อนอีกเครื่องหนึ่งใช้โปรแกรมค้นหาสัญญาณพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ยังอยู่สถานที่ดังกล่าว ก่อนจะขาดหายไป

ด้าน พ.ต.ต.อนันต์ กาวสันเทียะ สวป.สน.ธรรมศาลา กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้รับผิดชอบในการติดตามค้นหาโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าว เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับคดี ได้ประสานไปยังสำนักงานเขตทวีวัฒนา และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ค้นหาอย่างเร่งด่วน โดยน.ส.มิ้วอ้างว่า ตรวจพบสัญญาณโทรศัพท์บริเวณพื้นที่นี้ แต่จะเป็นความจริงตามที่ น.ส.มิ้วกล่าวอ้างหรือไม่นั้น ไม่ขอยืนยัน แต่เหตุผลที่อาจจะมีความน่าเชื่อถือได้คือ จุดที่น.ส.มิ้ว อ้างว่าตรวจพบสัญญาณเป็นครั้งสุดท้ายนั้น สอดคล้องกับพยานหลักฐานที่พบว่า นายรัติภูมิ ส่งสถานที่ทางโปรแกรมไลน์ และโทรศัพท์ไปหาหัวหน้างาน เพื่อขอความช่วยเหลือ ก่อนจะหายตัวลึกลับนั้น เป็นสถานที่จุดเดียวกัน ส่วนในกรณีที่นายรัติภูมิ หายไปในเส้นทางไหน และยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นั้น ไม่สามารถให้คำตอบได้ เนื่องจากไม่ได้รับผิดชอบติดตามตัวนายรัติภูมิ แต่ทางฝ่ายสืบสวนบช.น. บก.น.7 และ สน.ธรรมศาลา มีหน้าที่โดยตรงในการเร่งติดตามค้นหาตัวนายรัติภูมิ ประกอบกับขณะนี้ทางตำรวจกำลังเร่งหาพยานหลักฐาน พยานแวดล้อม เพิ่มเติมมาประกอบสำนวนคดีและเร่งติดตามตัวผู้สูญหายโดยเร็วที่สุด
ต่อมาเวลา15.30น. เพื่อนชายข้างบ้านน.ส.มิ้ว มาชี้จุดที่พบสัญญาณโทรศัพท์ไอโฟน เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุ เพิ่งเลิกงาน เมื่อกลับมาถึงบ้านพักที่ติดกับน.ส.มิ้ว ได้ยินว่ามีขโมย จึงแนะนำให้หาพิกัดของโทรศัพท์ไอโฟนของน.ส.มิ้ว โดยใช้โทรศัพท์ไอโฟนของนายเอก เพื่อนอีกคน เข้าระบบไอคราวของน.ส.มิ้ว เพื่อหาพิกัด เพราะไอโฟนสามารถตรวจสอบหาพิกัดได้ ปรากฏว่าเจอพิกัดของไอโฟนน.ส.มิ้ว อยู่ในซอยเดียวกัน แต่บริเวณแยก5 ตนและน.ส.มิ้วจึงไปตามพิกัดดังกล่าว เริ่มค้นหาตั้งแต่19.00น.-21.00น. ระหว่างค้นหายังมีสัญญาณไอโฟนของน.ส.มิ้วปรากฏตลอดเวลา จนกระทั่งหยุดค้นหา จากนั้นผ่านมา 2-3 วัน ลองติดต่อเบอร์น.ส.มิ้วอีกครั้ง ปรากฏว่าปิดเรื่องไปแล้ว

