ความจริงบ้านพักผู้ป่วยเอดส์ วัดบ้านโคกร้าง
วันนี้ (6 ก.พ.) นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด นำคณะผู้เกี่ยวข้องทั้งสาธารณสุข โรงพยาบาลชุมชน แกนนำชุมชน อบต.นายพจน์ เอกอนันต์ถาวร นายอำเภอศรีสมเด็จ ผู้ใหญ่บ้าน เข้าตรวจสอบการที่เกิดกระแสข่าวผู้ป่วยเอดส์ 36 คน ที่อาศัยในศูนย์ฟื้นฟูผู้ป่วยเอดส์ วัดบ้านโคกร้าง ต.สวนจิก อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ถูกทอดทิ้งขาดการเอาใจใส่ดูแลจากหน่วยงานราชการและส่วนเกี่ยวข้อง ปล่อยให้ทุกคนรอความตายโดยไม่ใส่ใจดูแล และต้องรอการเสียชีวิต ด้วยการเผาศพกันเองด้วยยางรถยนต์ หลังจากเสียชีวิต
จากการลงพื้นที่ปรากฏว่าส่วนปกครองส่วนท้องถิ่นและแกนนำชุมชน และผู้ใหญ่บ้านยืนยันว่าสภาพไม่ได้เป็นไปตามที่มีการเผยแพร่ข่าวทางโซเชี่ยล และไม้ได้ลำบากอย่างที่คิด และตามที่ได้ตกเป็นข่าว เพราะสภาพที่เห็น คือทุกคนต่าก็อาศัยในศูนย์ในสภาพที่ปกติสุขดี และมีความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างสบายกว่าที่คิด เพราะมีทั้งน้ำทั้งไฟฟ้า ให้ใช้สอย และมีทั้งทีวี ตู้เย็น และอุปโภค บริโภค ที่ดี แถมยังมีการรับหารายได้จากการรับจ้างร้อยใบยาสูบรับจ้าง มีรายได้ กันทุกคน ที่ขยันขันแข็งทำงานรับจ้าง โดยไม่มีปัญหา
ในขณะที่แกนนำชาวบ้านกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ร้องเรียนว่าไม่มีที่เผาศพ ต้อเผาด้วยยางรถยนต์นั้นทางด้านผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า ไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งนี้เนื่องจาก ภายในศูนย์มีการก่อสร้างเมรุเผาศพ จากการบริจาคจากผู้ใจบุญได้ให้ใช้สอบมานานเกือบจะ 10 ปี แล้ว เมื่อมีการเสียชีวิต ก็เผาด้วยถ่าน โดยไม่มีการใช้ยางรถยนต์ แต่อย่างใด และยางรถยนต์ที่เห็นเป็นยางรถยนต์ ที่เคยใช้จริงในอดีตนานมาแล้วเมื่อครั้งที่ยังไม่มีเมรุเผาศพ แต่ไม่ได้ขนย้ายของเก่าออกไปเท่านั้น ดังนั้นการเสนอข่าวดังข่าวน่าสื่อความจริงไม่ครบถ้วน และไม่เข้าใจข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ซึ่งทางด้านนายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าฯกล่าวว่า ได้ให้ผู้เกี่ยวข้องต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน และฝากสื่อมวลชนช่วยเสนอความจริง ว่าการดูแลขอทุกภาคส่วนราชการ แม้จะแบกภาระ ก็ดูแลพวกเขาอย่างดี แม้แต่ภาระการจ่ายค่าไฟฟ้าที่ใช้กันแบบไม่ประหยัดเพราะ 36 คน ใช้ไฟฟ้าเดือนละ กว่า 12,000 บาท ก็ยังต้องเป็นภาระของเงินกองทุนที่เหลืออยู่จากการบริจาคจากประชาชน แม้จะไม่มาก รวมทั้งการดูแลข้าวปลาอาหารก็อยู่ในความรับผิดชอบ และก็มีคนมาบริจาคต่อเนื่องตลอดเวลา ก็พออยู่ได้ และได้กำชับกับผู้ป่วยว่า ควรจะให้กล่าวให้ตรงกับความเป็นจริง อย่าเสนอข่าวที่หวังผลจะได้รับการบริจาคเพื่อความเป็นอยู่สุขสบายแต่เพียงอย่างเดียว แต่สร้างความเสียหายให้กับส่วนราชการที่ดูแลอย่างดีอยู่แล้ว และกำชับว่าให้แกนนำชุมชน ผู้ใหญ่บ้านมากำกับดูแลการพูดความจริง เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และไม่สร้างความเสียหายในทางลบให้กับผู้เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
สำหรับบ้านพักรวมน้ำใจ วัดป่าศรีมงคล โคกร้าง สร้างขึ้นเมื่อปี 2539 โดยพระครูกิตตยานุรักษ์ หรือพระครูสมุห์อุทัย กิติโก ที่ที่ดินสาธารณะข้างวัดป่าศรีมคล บ้านหนองไฮ ม.3 ตำบลสวนจิก เพื่อเป็นทีพักพิงผู้ป่วยเอดส์ที่ไร้ญาติและไม่มีผู้ดูแล ปัจจุบันมีผู้ป่วย ชาย 21 คน หญิง 25 คน มีบ้านพัก 21 หลังที่เป็นภาระดูแลมาโดยตลอด ปัจจุบันต้องดูแลจ่ายเงินกองทุนที่เหลืออยู่และจากการบริจาคจากประชาชน ให้เดือนละ 16,000 บาท แยกเป็นค่าไฟฟ้า 13,000 บาท ค่าพาหนะไปรับยาจากรพ. 1,500 บาท และดูแลสัตว์เลี้ยงที่ผู้ป่วยเอามาเลี้ยงและสุนัขที่ผู้ป่วยนำมาเลี้ยง 1,500 บาท ทุกเดือน และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา พระครูสมุห์อุทัย กิติโก อาพาธด้วยโรคชรา มีดำริที่จะยุบศูนย์เนื่องจากเป็นภาระมากเกินกำลัง เพราะค่าใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าก็เดือนละกว่า 30,000 บาท แต่ผู้ป่วยยืนยันว่าจะอยู่ต่อไป และยอมลดการใช้จ่ายไฟฟ้าที่ใช้มากเกินเหตุลงมา แต่ก็ยังเป็นภาระ ที่ต้องสร้างกระแสเพื่อรับบริจาคจากประชาชน และเมื่อ พระครูสมุห์อุทัย กิติโก มรณภาพลงเมื่อเดือน ก.ค. 2559 ก็เกิดปัญหาความแร้งแค้นเกิดขึ้นและเงินเหลือน้อยลง จนต้องพยายามจำกัดค่าใช้จ่ายทุกด้านลง แต่กลับปรากฏว่าเมื่อมีคนเข้ามาก็มีการให้ข่าวที่ผิดเพี้ยน เพื่อหวังผลด้านการบริจาคเงิน และสิ่งของ เพื่อที่จะมีความอยู่ดีกินดีต่อไป ซึ่งรองผวจ.กำชับว่า ยังคงต้องดูแลและรับภาระต่อไป แต่ก็กำชับว่าห้ามไม่ให้รับคนป่วยเข้ามาอีก และเมื่อหากทุกคนป่วย ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นคนมาจากที่อื่นจากทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งเมือเสียชีวิต ก็จะให้ยุบศูนย์ โดยจะไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่เดิมนี้ มาสร้างปัญหาให้คนอื่นต้องรับผิดชอบอีกต่อไป แต่ตอนนี้จะไม่มีการไล่ใครออก และแต่ต้องกำกับดูแลทุกอย่างภายใต้กฏระเบียบ และต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร และหากอยากฝึกอาชีพก็จะให้ส่วนที่เกี่ยวข้องมาฝึกอาชีพให้ต่อไป



