สวยเรียบกริบ! กทม.พาทอดน่อง ‘ทางเท้าใหม่’ เปิด 10 มาตรฐานเข้ม ขยาย 16 เส้นทาง เพิ่มฐานคอนกรีตเสริมเหล็ก

25.04.24 | 17:03 น.

เมื่อวันที่ 25 เมษายน นายเอกวรัญญู อัมมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร (กทม.) นายณัฐพล นาคพันธุ์ ผอ.ส่วนก่อสร้างและบูรณะ 1 สำนักการโยธา น.ส.สุขวิชญาณ์ นสมทรง ผอ.เขตปทุมวัน นำคณะสื่อมวลชนสำรวจทางเท้าบริเวณถนนราชดำริและถนนเพลินจิต ที่ กทม.เพิ่งมีการปรับปรุงไปเมื่อเร็วๆนี้

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า กทม.มีเป้าหมายในการพัฒนาทางเท้าในพื้นที่ กทม.ให้เดินได้ เดินดี และน่าเดิน โดยในระยะแรกตั้งเป้าไว้ 1,000 กม. ผ่าน 3 วิธี คือ การทำใหม่ทั้งเส้นทาง การปรับปรุงซ่อมแซมจุดที่ชำรุดเป็นการเร่งด่วน และการปรับใช้นวัตกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ สำหรับการทำใหม่ทั้งเส้นทางมีการดำเนินการ 2 รูปแบบ โดยในส่วนพื้นที่ชั้นในและเส้นทางที่มีผู้คนสัญจรหนาแน่น จะปูโดยใช้กระเบื้องตามมาตรทางเท้าใหม่ ซึ่งฐานรากจะต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กหนา 10 ซม. ที่จะสามารถเพิ่มความแข็งแรงของทางเท้าได้

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า ปัจจุบันทางเท้าของ กทม.ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงทั้งเส้นทางด้วยมาตรฐานทางเท้าใหม่มี 16 เส้นทาง เช่น ถนนราชดำริ ถนนเพลินจิต ถนนอุดมสุข โดยภายในปีนี้ มีแผนจะดำเนินการตามมาตรฐานทางเท้าใหม่อีก 38 เส้นทาง ในปี 2568 อีก 22 เส้นทาง ในส่วนพื้นที่ชานเมืองบางเส้นทางที่การสัญจรไม่หนาแน่นจะใช้วิธีปูด้วยแอสฟัลต์ โดยมีเส้นทางนำร่องที่ ถนนพุทธบูชา ถนนคุ้มเกล้า และกำลังขยายไปยัง ถนนทางรถไฟสายเก่า (ปากน้ำ) ถนนพุทธมณฑลสาย 1 และถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ด้วย

Advertisement

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า การปรับปรุงแต่ละเส้นทางก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างออกไป เช่น ถนนเพลินจิต ถนนราชดำริ มีการนำศิลปะมาใช้กับฝาท่อ ผ่านการออกแบบให้มีความโดดเด่นและแสดงออกถึงอัตลักษณ์ประจำย่านราชดำริ – เพลินจิตซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจใจกลางเมือง รวมทั้งจะพัฒนาในเส้นทางอื่นๆ ให้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของเมือง เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่มีการนำฝาท่อกับสัญลักษณ์ประจำเมืองมาผสมผสานกัน นอกจากนี้ยังปรับรางระบายน้ำตลอดแนวถนนจากรูปแบบเดิมที่เป็นช่องระบายน้ำติดกับฟุตบาท มาเป็นรางระบายน้ำตลอดแนวถนน เพื่อช่วยระบายน้ำท่วมขังบนถนนได้เร็วขึ้น

“ฝาท่อออกแบบให้มีความโดดเด่นแสดงออกถึงอัตลักษณ์ประจำย่านราชดำริ เพลินจิต ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางนำร่องในการใช้มาตรฐานทางเท้าใหม่ที่จะมีความมั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้น มีความเป็น Universal Design มากขึ้น และมีการปรับให้ทางเข้าออกอาคารกับทางเท้ามีความสูงที่ใกล้เคียงกัน” นายเอกวรัญญูกล่าว

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า ส่วนการปรับปรุงและซ่อมแซมทางเท้าที่ชำรุด สำนักการโยธา และสำนักงานเขตที่รับผิดชอบจะใช้หน่วยเคลื่อนที่เร็ว (BEST) ดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วที่สุด และให้อยู่ในสภาพที่พร้อมโดยใช้งานได้อย่างปลอดภัย หากจุดไหนสามารถทำเป็นทางเท้ามาตรฐานใหม่ได้จะมีการปรับปรุงด้วยเช่นกันโดยที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาในการแจ้งผ่านทราฟฟี่ฟองดูว์ (Traffy Fondue) เมื่อพบเห็นจุดที่ชำรุดหรือเสี่ยงต่ออันตราย ทำให้เขตรับทราบปัญหาอย่างรวดเร็ว นอกเหนือจากการลงพื้นที่สำรวจด้วยตนเอง

“เส้นทางที่ไม่เหมาะสมในการทำทางเท้าขึ้นมา หรือ เช่น ในตรอกซอกซอย หรือในพื้นที่ที่มีทางเท้าแคบ ได้มีการรื้อย้ายสิ่งกีดขวางทางเท้า และใช้หลากหลายวิธีให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ เช่น การขีดสีตีเส้นช่วยแบ่งแนวให้คนเดินเท้า รวมถึงนำพอรัสแอสฟัลต์ซึ่งน้ำซึมทะลุได้มาล้อมคอกต้นไม้เพื่อเพิ่มความกว้างของทางเท้าที่มากยิ่งขึ้น” นายเอกวรัญญูกล่าว

 

ด้านนายณัฐพล กล่าวเสริมว่า ทางเท้าใหม่ที่มีการปรับปรุงนี้ จะไม่เกิดปัญหาเดิม เช่น เหยียบแล้วกระเบื้องพลิก หรือมีหลุมน้ำเกิดขึ้น เนื่องจากตอนก่อสร้างมีการเสริมคอนกรีตอีก 1 ชั้นก่อนวางปูกระเบื้องทับ ทำให้เกิดความแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งต่างจากในอดีตที่เมื่อรองพื้นด้วยทรายแล้วก็จะวางตัวหนอน เมื่อฝนตกน้ำไหลเข้าตามช่องว่างก็จะทำให้พื้นทรายถูกเซาะ กลายเป็นหลุมจึงเกิดปัญหาตามมา รวมถึงกวดขัน ไม่ให้มีการแอบขุดเพื่อวางท่อ ทั้งนี้หากมีหน่วยงานใดจะดำเนินการขุด เพื่อวางท่อสาธารณูปโภค เมื่อขุดเสร็จแล้วจะต้องดำเนินการทำกลับให้เป็นเหมือนเดิม

สำหรับมาตรฐานทางเท้าใหม่ กทม. 10 ข้อ ประกอบด้วย

1.ลดระดับความสูงคันหินทางเท้า เป็นแบบรางตื้นสูง 10 เซนติเมตร
2.ลดระดับความสูงคันหินทางเท้าบริเวณทางเข้าออกอาคารหรือซอยต่าง ๆ ให้สูง 10 เซนติเมตร จากเดิม 18.50 เซนติเมตร
3.ปลี่ยนพื้นทางเท้าเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ด้วยคอนกรีตหนา 10 เซนติเมตร และเสริมเหล็ก 6 มิลลิเมตร
4. ปรับทางเข้า-ออกอาคารให้มีระดับเสมอกับทางเท้า เพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าทุกคนสามารถผ่านได้อย่างต่อเนื่อง สะดวกสบาย
5.ปรับทุกทางเชื่อมและทางลาดให้มีความลาดเอียง 1 : 12 ตามมาตรฐานสากล
6.เพิ่มรูปแบบทางเลือกวัสดุปูทางเท้า เป็นแอสฟัลต์คอนกรีตพิมพ์ลาย
7.เปลี่ยนช่องรับน้ำจากแนวตั้งให้เป็นแนวนอน เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำ
8.วางแนวทางการจัดตำแหน่งระบบสาธารณูปโภคบนทางเท้า เพื่อไม่ให้กีดขวางผู้ใช้ทางเท้า
9. วางอิฐนำทาง (Braille Block) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตา
10.ปรับปรุงแบบคอกต้นไม้ด้วยวัสดุพอรัสแอสฟัลต์ เพื่อขยายพื้นที่ทางเท้าให้กว้างขึ้น