40 บาทต่อสายไม่อั้น! ‘ไทยสมายล์บัส’ ดันโปรฯ HOP Card เชื่อมขนส่ง เล่าเบื้องลึก ‘บูสต์พนง.ทุกวัน’

25.04.24 | 17:26 น.

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจมติชน (มติชนอคาเดมี) เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เครือมติชนนำโดย “เส้นทางเศรษฐี” ผู้นำสื่อที่สนับสนุนการสร้างอาชีพให้เอสเอ็มอี และ “มติชนอคาเดมี” ผนึกกำลังร่วมจัดงาน “จัดจ้านจานเด็ด” เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เสริมองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วัยเกษียณ และผู้ที่ต้องการพัฒนาศักยภาพ เพื่อต่อยอดก้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 เมษายนนี้

บรรยากาศเวลา 12.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เต็มไปด้วยประชาชนที่ได้เข้ามาสนใจร่วมฟังบรรยายภายในงานเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีการเลือกซื้อ อาหารเข้ามารับประทาน ทั้ง อาหาร น้ำ และขนม ร่วมด้วย โดยมีทั้งความรู้ และความสนุกสนานในภายในงานแห่งนี้

ในช่วงเวลา 13.00 น. พบกับ ‘Upskill งาน คน และอาชีพ’ เซคชั่นทอล์กสุดพิเศษ โดย น.ส.กุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย สมายล์ กรุ๊ป

โดยกล่าวว่า บริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป ปัจจุบันดำเนินธุรกิจขนส่งมวลชนสาธารณะ รถเมย์ไฟฟ้า100% เจ้าแรกของประเทศไทย เลยก็ว่าได้ ที่วิ่งรถเมย์ในสีน้ำเงินที่เราได้เห็นในท้องถนน ทางไทยสมายล์บัสได้เข้าไปครอบคุมการจัดการเส้นทาง 123 เส้นทาง รวมทั้งเรือเมย์ไฟฟ้า 40 ลำ อยู่ในแม่น้ำเจ้าพระเจ้ายา ทั่วกรุงเทพฯ

Advertisement

“ทางไทย สมายล์ กรุ๊ป ต้องการยกระดับขนส่งสาธารณะในประเทศไทย  ทั้งการยกระดับพนักงานในสายอาชีพคนขับรถเมย์ คิดว่าปัจจุบันประเทศไทยด้อยโอกาสเรื่องพนังงานในสายรถเมย์ และเป็นเรื่องที่สำคัญมาก” น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวต่อว่า ในนาม บริษัท ไทย สมายล์ กรุ๊ป และมีคณะกรรมการหลายๆ ท่าน ได้เห็นชอบ นำเงินมาทุ่มทุนสร้างกว่า 2หมื่นล้าน ในระบบขนส่งมวลชน เราเห็นพี่น้อง ต้องมานั่งรถร้อน  ป้าๆ ลุงๆ ต้องขึ้นรถร้อน เราเห็นต่างประเทศทำไมยกระดับได้ และไม่เคยแยกชนชั้นวรรณะ แต่ทำไมประเทศเราถึงยกยังไม่ได้

ประเทศไทยของเรา มีผู้พิการทำไมเขาขึ้นรถสาธารณะไม่ได้ ไทยสมายล์บัส รถของเราสามารถรองรับผู้พิการได้ด้วย สามารถนำวิลแชร์สามารถขึ้นไปบนรถได้อย่างง่ายๆ พนังงานของเราพร้อมใจบริการ

“ในวัตถุประสงค์ ของไทย สมายล์ กรุ๊ป และกลุ่มในเครือ เป็นเอกชน100% ไม่ได้มีเงินอัดฉีดจากภาครัฐแต่อย่างใด เราพัฒนา และปรับสกิลล์พนังงานของเรา จนเราไปถึงมิสชั่นของเราที่ได้วางเอาไว้ เราจะทำพันธกิจให้สำเร็จได้อย่างไร ถ้าเราไม่มีผู้ใช้บริการ เราต้องการที่อยากให้ทำให้สำเร็จ ปัจจุบันดำเนินธุรกิจมา 2ปี ครึ่ง กำลังก้าวสู่ปีที่ 3 มีรถอยู่จำนวน 2,350 คัน”น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวอีกว่า ในปัจจุบัน เราพยายามเชื่อมต่อกับภาครัฐ ในเรื่องของทำอย่างไรให้เราเชื่อมต่อได้ทุกระยะ single network ไทย สมายล์ บัสมีบัตร HOP Card ทำโปรโมชั่น 40 บาทให้สามารถขึ้นได้โดยคอนเน็ตกันในกลุ่มไทย สมายล์ บัสในวันเดียวกัน ถ้ารถต่อเรือ 50 บาท เห็นพี่น้อง ผู้สูงอายุชอบนั่งรถ นั่งเรือ  อยากให้ที่การขนส่งเชื่อมต่อกัน

การทำโมเดลแบบนี้ เราไม่ได้ทำเพื่อตนเอง ตนอยากเป็นคนไทยหนึ่งคน ไม่ได้บอกว่าตนเองเสียสละ แต่อยากนำความรู้และทักษะที่ตนเองมี นำมาแชร์ให้กับประชาชน อยากให้รถเมล์ไทยนั้นดีจริงๆ และจะไปต่อได้อย่างไร อยากให้ความรู้ เป็นสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า บัตร HOP Card สมัครยากหรือไม่?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่า สมัครได้ไม่อยาก สามารถซื้อได้กับ บัสโฮสเตส ช้อปปี้ ลาซาด้า  และสาขา 30 สาขาของไทยสมายล์บัส อนาคตอยากเปิดใน เซ่เว่น ห้างสรรพสินค้า เราพยายามทำให้ทุกอย่างทำได้ง่าย  อยากโอนเท่าไหร่ก็โอนได้ จะต่อวัน ต่อเดือน เฉลี่ยค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง เรากำลังพนังงานคิวอาร์โคด ให้สะดวกสบาย เราอยากทำให้ระบบเหมือนต่างประเทศ แต่เราต้องคำนึง เจน x ด้วย เรามีช่องทางติดต่อเยอะมาก หากเกิดปัญหา

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า การ Upskill ในระยะเวลาที่ผ่าน ไทย สมายล์ กรุ๊ป ถึงเติบโตได้ไวมาก?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว เพราะว่าใช้ใจบริหาร ไม่เข้ามาได้ใช้ผลประโยชน์มาบริหาร หากเราใช้ใจเข้ามารับรู้ปัญหาที่แท้จริง และเราจะเดินต่อได้  ไม่ใช้การเดินหนีปัญหา รถเมล์ไม่ใช่เรื่องง่าย บ้างคนบอกว่า ซื้อรถเมย์ใหม่มา และเปลี่ยนเป็นรถเก่า  เพราะว่า เรามีมนุษย์ที่ต้องต่อค่อยขับเคลื่อน และมีบุคลากร จำนวนมากกว่า 5,000 คน

“กัปตันเมย์ และบัสโฮสเตส  เราอยากใส่ในความคิดเขาว่า เขาคือผู้ให้บริการประชาชน  เขาต้องแค่ประชาชนไม่ใช่ใช้วาจาก้าวร้าวกับประชาชน ตนบอกเขาว่า ก่อนที่ใครจะให้โอกาสเรา  เราต้องให้เกียรติตัวเองก่อน

ทั้งมีปัญหามากมาย ทั้งขับซิ่ง จอดกลางเลน ย้อนไปเมื่อสาย 8 วันแรกที่เปิดตัว เราตัวเล็กแค่นี้ คนถามเราว่าคุมอยู่ได้อย่างไร เราใช้ใจทำงาน เราต้องให้คำว่าโอกาส เราต้องใช้ใจคุม หากไล่เขาออกเขาจะอยู่ที่ไหน เราต้องให้โอกาส  ตนอยากให้ทุกคนลบความทรงจำ

กับกัปตันเมย์ที่ไม่ดี”น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว ต่อว่า เกินกว่า 60% เราควบคุมรถสาธารณะ อยากให้ทุกคนให้โอกาส กัปตันเมย์ บัสโฮสเตส เราไม่สามารถควบคุมคน 5000 คนได้ แต่เรามีการอัพสกิล การอบรม เมื่อเวลาที่เขาล่ม เขาล่มบนพื้นจริงๆ เขาไม่มีใครมารองรับ  เราต้องกลับมาดูที่บ้านเรา ว่าเขาจะมีจิตใต้สำนึกที่ดีได้อย่างไร เขาจะเป็นนักซิ่ง หรือจะเป็นคนขับรถที่ดี

ยกตัวอย่างเรื่อง น้ำกระท่อม ถูกกฎหมายแต่ไม่ถูกระเบียบ เรื่องเล็กๆ ที่เป็นเรื่องที่ถกกัน พอคุณดื่มเข้าไปมันอยากจะขับซิ่ง มันมึนเมา ทั้งการพูดจา ปิดประตูเร็ว ด่าลูกค่ากดกริ่งก่อนทำไม  เราต้องเปลี่ยนกลุ่มก้อนพวกนี้ให้เขาเปลี่ยน เรานำคอมเมนต์จากทุกคน นั่งเขียนเป็นข้อๆ ไปให้เขานั่งอ่าน ให้เขารู้ เราไม่สามารถเปลี่ยนได้แค่คนเดียว จับมือกับภาคเอกชน เรื่องการแก้จิตใต้สำนึก ให้นั่งสำนึก และได้ผล ทั้งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานร่วมด้วย

“เมื่อก่อนเขาเคยเป็นนักล่า เดียวเขาต้องล่าตั่ว เหมือนแข่งรถกัยหากเลย หากเขามีครอบครัว หรือพี่ป้า น้าอา ที่เสียชีวิตจากการขับรถประมาท เมื่อเขาเจอกับตัวเมื่อโดนบ้างจะเป็นอย่างไร  การที่เขาขับรถแบบไม่แค่ใคร เขามองว่านั้นไม่ใช่หน้าที่ เขามีแค่หน้าที่ขับอย่างเดียว เขาคิดแค่แบบนี้ มันทำให้ผลกระทบเกิดความเสียหาย”น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวต่อว่า เรามีคนกว่า 5,000 คน เราอบรมวันละ100 คน ภายในระยะ 2 ปี เขาทั้งโวยวาย เรื่องน้ำกระท่อม เขาบอกถูกกฎหมาย ตรวจฉี่ได้ตรวจประจำพอเป็นสี ก็บอกกินยาแก้ปวดหัว หากเขาอยากทำแบบนี้องค์กรก็ไม่เอา แต่สิ่งเดียวที่เราต้องทำ คือเราต้องยกระดับอาชีพนี้

“คนที่ทำความผิดเขาไปที่อื่นไม่ได้ ต้องมีกฎมีระเบียบมีมายเซ็ทที่ดี  ต่างประเทศเขาซีเรียสเรื่องนี้มาก ตนไม่ได้อยากให้ใครมาเคารพตนเลยวันนี้ อยากให้เคารพอาชีพที่ทำ การขับรถไม่ใช่หุ่นยนต์ เราต้องบริการให้ดี”น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

เมื่อถามว่า คุณค่าในสังคม มีทุกเจนเดอร์ ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่า ในองค์กรมีหลายเจนเดอร์ เราไม่ได้สนใจสิ่งนี้ หรือเพศ แต่สนใจว่าคุณทำงานได้หรือไม่ คนพิการก็มีงานที่เขาทำได้ เพศไม่ว่าจะเป็นหญิง หรือชาย LGBTQ+ องค์กรไม่ควรมองเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ สำคัญที่ว่าเขาทำงานให้องค์กรได้ไหม และมีใจที่พร้อมบริการประชาชนจริงหรือเปล่าๆ

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเพศไหนก็ตาม หรือมีความแตกต่าง บุคลากรเป็นสิ่งสำคัญมาก ถ้าอย่างนี้ มีวิธีการในการอัพสกิลไม่ว่าจะเป็น กัปตันเมล์, บัสโฮสเตส รวมไปถึงทีมหลังบ้านอย่างไร?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่า การที่เรารีสกิลเขา เราต้องมีการไปคุยกับภาคส่วน มีการจับมือกับภาครัฐและเอกชน และส่งเขาไปเรียนเหมือนกับเรียนหนังสือ ถึงแม้จะเป็นรถเมล์ที่เขาบอกว่ามีคอร์สสอนสามารถขับรถได้ แต่ในการขับเคลื่อน หรือการที่เขาใช้อุปกรณ์ต่างๆ มันไม่สามารถที่จะเหมือนรถที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์

และเรื่องของกิริยาและมารยาทสำคัญมาก เราก็จะบอกว่าถ้าวันนี้คุณมาทำอาชีพอะไร คุณมาสมัครเป็นพนักงานกัปตันเมล์ หรือบัสโฮสเตส ไม่ว่าจะเป็น  2 ตำแหน่งก็ตาม คุณก็ต้องมีใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น เราเอาเหตุผลมาคุยกับลูกค้า ไม่ใช่การใช้อารมณ์  เราก็นำไปฝึกอบรม ซึ่งมี 10 หลักสูตร

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า จะสังเกตได้ว่าบาร์โฮสเตสจะไม่ปล่อยผม จะต้องแต่งตัวเรียบร้อย ใส่รองเท้าคัทซู?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่า กิริยามารยาทนั้นสำคัญ และคนเหล่านี้มีหลายเจเนอเรชั่นมาก ซึ่งยากต่อการปรับเปลี่ยน แม้แต่การที่เขาคิดว่ามันเรื่องส่วนตัว แต่ทั้งหมดทั้งสิ้นทางไทยสไมล์บัส ค่อนข้างที่จะนำระบบมาจับส่วนหนึ่ง อาทิเช่น ในรถจะมีกล้อง cctv 6 ตัว มีตัว passenger 2 ตัว มีตัวเก็บเงิน และจะมีเอไอที่เป็นตรวจจับคนขับรถ คุยโทรศัพท์ เอไอก็จะรู้แล้ว หรือว่าคนกำลังทำผิดระเบียบ เช่นการสูบบุหรี่ในรถ ซึ่งก่อนที่เขาจะขึ้นเขาต้องมีการไปอบรมก่อน ในการรู้ว่าองค์กรเป็นอย่างไร

“เราต้องรู้หน้าที่ของเรา เป็นสิ่งหนึ่งที่ซีเรียสมาก ว่าคนที่ให้บริการจะบริการอย่างไร กับคนที่ให้มันสวนทางกัน นี่คือความเหลื่อมล้ำ เลยต้องนำพวกเขาไปรีสกิลใหม่ และอัพสกิล และออกมาเป็นกัปตันที่ดี เป็นเพชรเม็ดงาม ถ้าใครขึ้นรถเมล์ จะสังเกตได้ว่าคนที่มีเข็มกลัดจะเป็นคนที่ถูกฝึกหลายรอบ เรียกได้ว่าเคยเป็นคนที่เกเรมาก่อน มันคือความภาคภูมิใจของเขา เวลาผ่านการอบรมหรือการพัฒนาหลักสูตรใดๆ

ต้องยกระดับเขาให้เขาเป็นฮีโร่ เราจะพูดกับเขาตลอดเวลาว่า วันหนึ่งคุณดูแลผู้โดยสารวันหนึ่งเป็น 1,000 คน ต้องขับ 3-4 รอบ เขาต้องเจอหน้าเจอตา อย่างน้อย 5,000 คนได้เจอแน่นอน แล้วเขาจะทำอย่างไรให้เป็นเพชรน้ำงามของประชาชน “ น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่า

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวต่อว่า ทุกอาชีพสำคัญหมด เลยบอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันสอดคล้อง คุณลาออกจากที่นี่ ชีวิตของคุณก็ต้องนับหนึ่งตลอดเวลา สุดท้ายก็มาดูตัวเองว่า ฉัน 50 แล้วยังไม่มีอะไรที่มันเป็นความมั่นคงเลย เป็นต้น จากเมื่อก่อนเราอาจจะเคยได้ยินว่า พนังงานขับรถ หรือกระเป๋ารถเมล์เป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า แล้วทางไทยสไมล์บัสมีการปลูกฝังหรือพัฒนาอย่างไร?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่าเมื่อก่อนไทยสมายล์ บัสมีรถให้ 20 คัน พนักงานอยากจะหยุดก็หยุด พอเรามาทำเป็นระบบเข้าบริษัท ทุกคนจะต้องมีประกันสังคม เข้าระบบ ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ชี้ให้เห็นตัวชี้วัด แม้แต่ประกันชีวิตเราก็ต้องลุกนำ เพราะเราอยากให้เขาเข้าใจก่อนว่าวันนี้อายุ 50-60 เวลาป่วยเขาจะใช้แต่บัตรสวัสดิการรัฐ 30 บาท เราต้องยอมรับว่าบัตรสวัสดิการรัฐ 30 บาท มันรักษา แต่มันไม่ได้ทันเหตุการณ์หรือทันต่อเวลาที่มันเกิด

เมื่อก่อนก็มีการจ่ายเงินเป็นวันละ 300 บาท ตอนแรกเขาด่าเรา เพราะเราไม่ให้เงิน อย่าง เบิกล่วงหน้าเราก็ไม่ให้ เพราะเราสอนให้เขารู้จักออมเงิน เขาก็มาประท้วงกัน ปิดอู่ คือเขาไม่เข้าใจ แต่พอเราเล่าให้เขาฟังว่า 15 วันออกที เงินเป็นก้อน เราต้องมาแบ่งจ่ายค่าบ้าน ค่ารถ ค่าไฟ ชีวิตเขาที่มาอยู่ที่นี่ครบ 2 ปี ชีวิตเปลี่ยนไปมาก

”เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราจับมือเขา เราก็ไม่ใช่ฮีโร่นะ แต่คุณต้องทำ ถ้าคุณไม่ทำเราก็ไม่มีปัญญาช่วย ทุกวันนี้เขาเริ่มที่จะซื้อบ้าน มั่นคงมากขึ้น มีหลักทรัพย์มากขึ้น “น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวต่อว่า เราถึงบอกว่างานอาชีพมันสำคัญมาก ถ้าเราจะด้อยค่าชีวิตหรือด้อยค่าของคนใดคนหนึ่ง หรืออาชีพคนใดคนหนึ่ง มันอาจจะทำร้ายชีวิตของคนที่เขาบริสุทธิ์และเขาไม่ได้เกิด คนไทยใจดี  เพราะพอเราพูดปลูกฝัง เขาสำนึกได้

พอเขาเริ่มมีเงิน เขาก็เริ่มใช้บัตรเครดิต เราต้องสอนเขาว่าเราเอาเงินในอนาคตมาใช้ไม่ได้ เพราะบัตรเครดิตจะทำให้เขาเสียเครดิต เขาก็ไม่เข้าใจ ก็เลยบอกเขาว่าถ้าเก็บเงินไม่ได้ก็เก็บในธนาคารออมทรัพย์ก็ได้ อันนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เราไปจับมือกับโรงเรียน เราก็สอนการใช้ชีวิตการอยู่อย่างไร คุณจะทำหน้าที่อย่างไรการที่จะเป็นบัสโฮสเตส เป็นกัปตันเมล์ที่ดี

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ในเรื่องของกฏระเบียบที่เยอะ เราได้ฟังฟีดแบกเหล่านี้ ทางไทยสไมล์บัสได้เปิดโอกาสพนักงานมาใช้ปรับปรุงในการบริหารจริงไหม?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่าอันนี้คือเรื่องจริง พอเรามีกฏระเบียบมากขึ้น เมื่อก่อนคิดอะไรได้เขาก็ประท้วง แต่เราพูดให้เขาเข้าใจ ว่าทำไมเขาถึงต้องโดนอย่างนี้ๆ เราบอกว่าอุบัติเหตุ เราให้ 3,500 บาท ให้ฟรีเลย ถ้าคุณไม่มี อุบัติเหตุภายใน 30 วัน สิ่งที่เราทำเราไม่ได้ทำเพื่อองค์กรอย่างเดียว

“เราต้องใจเย็นๆ เหมือนนั่งพูดให้เขาเข้าใจ และเราพยายามพัฒนาตัวคุณให้ดีขึ้น ให้คนไม่ด้อยค่าคุณ และคุณต้องไม่ด้อยค่าตัวเอง” น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าว

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า ทางไทยสมายล์บัส ในระยะยาว มีแผนดำเนินการในการพัฒนาอะไรต่อเนื่องบ้าง?

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวว่า อยากจะให้รถของเรายกระดับเป็น 1 ของอาเซียน ไม่ว่าจะชนชั้นไหน เราก็นั่งเบาะเดียวกัน ไม่ว่าอาชีพไหนเราก็เป็นอาชีพเดียวกัน เราอยากให้บริการรถเมล์สาธารณะไม่ใช่เพียงแค่ไทยสมายล์ อาจจะเป็นบริษัทอื่น หรือองค์กรอื่นๆ ให้เขาเอาโมเดลเปลี่ยนทุกแพลตฟอร์มแล้วมาทำร่วมกันก็ได้

“และสิ่งที่ไทยสไมล์กำลังจะมีการพัฒนาต่อไป ในเรื่องของแอพลิเคชั่น ที่ตอนนี้สามาถดาวน์โหลดได้แล้ว ‘tsb gold plus’ เมื่อเข้าไปก็จะมีการบอกเส้นทาง และมีการแจ้งว่ารถจะมาอีกกี่นาที อีกทั้งจะมีการกำลังพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ที่ต้องพัฒนาอีกเยอะ” น.ส.กุลพรภัสร์กล่าว

น.ส.กุลพรภัสร์ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ที่เริ่มต้นแล้ว คือ สามารถบอกป้าย และปลายทางได้ และภายในปีนี้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างเยอะ ซึ่งตอนนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปแล้ว มองว่า 80 เปอร์เซนต์ และมีบัตรฮอปการ์ดใช้ได้ทุกเส้น ทุกระยะ”

“อยากฝากถึงคนที่รู้สึกหมดไฟ อยากจะขอพูดในฐานะตัวเอง เราเป็นหนึ่งคนที่เคยหมดไฟ ชีวิตคนเราทุกๆ คน เราเชื่อว่าไม่มีหรอกชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ขอให้ทุกคนหาทางออกที่ถูกต้อง และมีสติ เราเชื่อว่าบนโลกนี้มีอะไรที่ทำไม่ได้ แต่วันนี้เราได้ลงมือทำหรือยัง เราขอเป็นกำลังใจให้ เราเติบโตมาเป็นเด็กกำพร้า แต่เราไม่เคยเอาความด้อยค่า ไม่ว่าจะเป็นโทษพ่อแม่ โทษพี่น้อง หรือโทษสังคม แต่วันนี้เราเปิดใจที่จะรับฟังคนอื่นเขาพูดหรือยัง เราเชื่อว่า ร้อยละ 99.9 ชีวิตไม่มีใครเพอร์เฟค”

น.ส.กุลพรภัสร์กล่าวทิ้งท้าย