เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดี นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตข้าราชการครู ที่ออกมาร้องทุกข์ กับกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะ หลังถูกตัดสินจำคุกคดีขับรถชนคนตาย เหตุเกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2548 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม หลังติดคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556 แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา เมื่อปี 2558 จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณารื้อคดี โดยมีกำหนดนัดสืบพยานในระหว่างวันที่ 8 -10 กุมภาพันธ์ 2560
ล่าสุดทางด้าน นายพงศา ราตรี ทนายความ ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้นำทีมฝ่ายกฎหมายลงพื้นที่ จ.นครพนม เพื่อเตรียมพร้อมนัดพยานสำคัญ ขึ้นสู่ศาลตามนัด โดยยืนยันว่า มีพยานฝ่ายผู้ร้อง ที่จะนำขึ้นสืบพยานในศาลครบ มีพยานปากสำคัญ จำนวน 5 ปาก รวมถึง นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ด้วย และในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 จะเป็นการสืบพยานฝ่ายของผู้ร้อง คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร รวมถึงได้รวบรวมเอกสารหลักฐาน ในการยืนยันว่า ครูจอมทรัพย์ ไม่ได้กระทำผิดจริง ทั้งนี้ทางฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ผลการตัดสินจะต้องรอกระบวนการของศาล มีหน้าที่สำคัญคือ การนำพยานหลักฐานขึ้นสืบพยาน ตามข้อเท็จจริงทั้งหมด
ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบข้อมูลของฝ่ายตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม รวมถึง สภ.เรณูนคร พื้นที่รับผิดชอบคดี พบว่า มีการเตรียมพร้อมในเรื่องของพยานหลักฐาน ซึ่งถือเป็นฝ่ายคัดค้าน คือ พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม ซึ่งมีพยานปากสำคัญ มากถึง 8 ปาก ที่จะมีการสืบพยานในวันที่ 9 -10 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีพยานปากสำคัญ คือ นายสับ วาปี รวม ถึง นายเสริฐ รูปสะอาด ที่เคยมีหลักฐานข้อพิรุธในการให้การตำรวจ สภ.เรณูนคร ว่าเป็นคนขับรถชนคนตายตัวจริง ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ เนื่องจากมีการให้การ 2 ครั้ง แต่ไม่ตรงกัน ครั้งแรกพบว่า นายเสริฐ รูปสะอาดเป็นคนขับ ส่วนครั้งที่ 2 พบว่า นายสับวาปี เป็นคนขับ
นอกจากนี้ยังมีพยานปากสำคัญ คือ นายอุบล ไชยบัน ที่เคยยืนยัน ว่า เป็นเจ้าของรถยนต์ บค 56 มุกดาหาร ที่ นายสับ ว่าปี อ้างว่า ขับไปชน แต่เจ้าของยืนยันว่าช่วงเกิดเหตุรถยนต์อยู่กับตนเอง ทั้งนี้ทางตำรวจยืนยัน ยังไม่มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับ ขบวนการรับจ้างทำผิดแทน จนกว่าจะมีผลการพิจารณาตัดสินของศาล

