หน้าแรก ในประเทศ เชียงใหม่ใช้ ...

เชียงใหม่ใช้ อสม.เคาะประตูบ้าน เตือน 60 วันอันตราย “งดเผา”

7.02.17 | 10:30 น.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวภายหลังการประชุมคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์และกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ประจำปี 2560 ที่ห้องศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ ชั้น 1 อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงการรณรงค์และสร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงของการเกิดหมอกควันและไฟป่า ที่ประชุมจึงอยากให้เร่งอบรมให้ความรู้แก่คนในชุมชน โดยเฉพาะใช้เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน หรือ อสม. เดินสายเคาะประตูบ้าน แจกเอกสารประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมืองดเผาช่วงเฝ้าระวัง 60 วันอันตราย เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ – 20 เมษายน 2560

“ในช่วง 10 วันก่อนการประกาศ ต้องกระตุ้นให้ชาวเชียงใหม่เกิดการรับรู้ และตื่นตัวก่อนเข้าสู่ฤดูหมอกควัน เพราะการแก้ไขปัญหาคนเชียงใหม่ทุกคนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง จะปล่ยให้ส่วนราชการทำงานฝ่ายเดียวคงแก้ปัญหาไม่ได้ทั้งหมด และต้องทำพร้อมกันทั้ง 4 จังหวัดในกลุ่มภาคเหนือตอนบนที่อยู่ใกล้เคียง เพราะหมอกควันที่ลอยมาจากที่อื่นเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ จังหวัดเองก็หนีความรับผิดชอบไม่ได้ ชาวบ้านไม่รู้ก็จะกลายเป็นปัญหาความเข้าใจผิดระหว่างคนในเมืองและคนชนบท” นายพุฒิพงศ์ กล่าว

นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภาคเหนือ พร้อมนำเทคโนโลยีเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา โดยนำจุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายวัชพืชให้เร็วขึ้น การเปลี่ยนเศษข้าวโพดที่ได้จากไซเลมสำหรับเลี้ยงสัตว์

ด้านนายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร นักอุตุนิยมวิทยาชำนาญการ สถานีอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ กล่าวว่า ในช่วงนี้พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่กำลังเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน เกิดลมผวน ลักษณะลมอ่อนตัว ช่วงเช้าเป็นลมเหนือพัดจากจังหวัดเชียงรายเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ พอช่วงสายจะเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ ตอนเย็นจะเป็นลมตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มปรับเปลี่ยนฤดูกาล ซึ่งในความเป็นจริงช่วงนี้จะเป็นลมใต้พัดมาจากจังหวัดลำพูน ลำปาง เข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามจากการที่ Gistda ได้นำดาวเทียมมาใช้ตรวจจับจุดความร้อน หรือ Hotspot ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2559 – 5 กุมภาพันธ์ 2560 พบว่ามีจำนวน Hotspot สะสม จำนวน 38 จุด ซึ่งน้อยกว่าปี 2559 ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่เกิดขึ้นถึง 180 จุด

Advertisement