มนุษย์ปากคลองฯ ปลื้มเด็กรุ่นใหม่ ‘ฟื้นชีวิตย่าน’ ปลุกจิตวิญญาณบางลำพู ชวนคิด-เปลี่ยนชุมชน
เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ C asean Samyarn CO-OP ชั้น 2 สามย่าน มิตรทาวน์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เครือข่ายผู้จัดงาน Sustainability Expo 2024 (SX2024) มหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่สุดในเอเชีย จัดงานเสวนา SX Talk Series #2 ในหัวข้อ ‘เมืองของทุกคน : เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน’
โดยมีนักวิชาการ นักออกแบบ พร้อมทั้งนักพัฒนาเมืองและชุมชน มาร่วมกระตุกต่อมคิด แลกเปลี่ยน หนทาง เพื่อร่วมสร้างเมืองสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง ได้แก่ นายสิทธิพล ชูประจง หัวหน้าโครงการ “จ้างวานข้า” มูลนิธิกระจกเงา, ผศ.ดร. สุพิชชา โตวิวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร และกลุ่มมนุษย์ปากคลองฯ, นายไพทยา บัญชากิติคุณ ATOM Design: Founder และอุปนายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระราชูปถัมภ์, นายสว่าง ศรีสม ประธานฝ่ายแผนงานและโครงการภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (Transportation for All, T4A) และ ดร.ทรงวาด สุขเมืองมา ฝ่ายพัฒนาเนื้อหาและธุรกิจ นิตยสารบ้านและสวน
เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเสวนา วิทยากรต่างร่วมเจาะลึกกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ อาทิ “สดชื่นสถาน” สถานีเติมความสดชื่นให้คนไร้บ้านโดยมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งให้บริการห้องน้ำ ซักผ้า และน้ำดื่มสะอาด, “อัศจรรย์เมืองน่าอยู่” เพราะเมืองที่น่าอยู่ต่างจากเมืองที่อยู่ได้ และการออกแบบฟื้นฟูย่านชุมชน สู่การปลดล็อกเพิ่มศักยภาพเมือง เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อต่อยอดผลลัพธ์


เมื่อถามว่า หลังจากทำงานร่วมกับภาคประชาชน และมองเห็นนโยบาย มองว่าทำไม กทม.ยังไม่น่าอยู่สักที ?
ผศ.ดร.สุพิชชา จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร กลุ่มมนุษย์ปากคลองฯ กล่าวว่า เชื่อว่าทุกคนอยากให้ กทม.ดีขึ้น แต่มันทำยาก ยกตัวอย่างง่ายๆ ทำทางเท้าให้ดี อู้หูว กี่หน่วยงานไม่รู้ที่เราจะต้องเข้าไปคุย อย่างหน่วยงานในร่มเดียวกัน เขารอให้เราไปเชิญเอง แต่ไม่คุยกันเอง
“จริงๆ เด็กๆ ยุคนี้ อยากทำอะไรให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก แต่มันยังไม่โฟลว์ ถือว่าดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ มีการไปเดินเมือง แจ้งทราฟฟี่ฟองดูว์ จัดกลุ่มอะไรขึ้นมาแล้วไปขอทุน ย้ำอีกที รุ่นอาจารย์ไม่มีเลยนะเล่นอยู่บ้าน แต่ยุคนี้มีช่องทาง อย่าเพิ่งท้อ มันดีขึ้นแล้วแต่ยังไม่ดีที่สุด”
เมื่อเห็นช่องโหว่ มีอะไรในใจว่าเราควรจะเริ่มต้นแบบไหน เพื่อให้เป็นพื้นที่ของทุกคน มีโปรเจ็กต์อะไรที่ทำอยู่ มีวิธีการอย่างไรให้เป็นพื้นที่ของทุกคน?
ผศ.ดร.สุพิชชากล่าวว่า คำว่าพื้นที่ของทุกคน เราใช้บ่อยขึ้นเรื่อยๆ เช่น ลานอเนกประสงค์ อาจะไม่มีใครมา เพราะไม่รีเลท แต่ควรจะมีพื้นที่กว้างๆ ให้ใช้ร่วมกันได้ได้ การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม พูดกันมาครึ่งศตวรรษ รุ่นนักศึกษาปัจจุบันยังมีอะไรให้หวังในชีวิตต่อไปได้ เช่น การพัฒนาป้ายรถเมล์ หน้า ม.กรุงเทพฯ จะขอให้ใครมามีส่วนร่วม แม้เราจะมีพลังเหลือล้น มีไอเดียที่ดี แต่สำคัญคือจะทำอย่างไรให้คนเข้ามามีส่วนร่วม
“อย่างตอนที่ทำงานในชุมชน เราเริ่มกับใครได้ เราก็เริ่มกับคนนั้นก่อน แรกๆ ต้องใช้วิธีหลอกเด็กเอา เพราะเด็กเขามีเวลาให้เรา ก็จะชวนมา ให้เขามีการแสดง เพราะทุกครั้งที่แสดง พ่อแม่เขาจะมาดู แล้วก็ทำงานกับชุมชนต่อ” ผศ.ดร.สุพิชชาชี้



ผศ.ดร.สุพิชชากล่าวว่า เวลาเราทำงานกับชุมชน เราไม่มีทางเข้าใจคนข้างนอกได้ดีเท่าคนข้างใน เพราะฉะนั้น เราต้องใช้วิธีซะเนาะซะแนะไปเรื่อยๆ เช่น ขอให้เขาถ่ายรูปในชุมชนมาให้หน่อย ซึ่งทำให้ทีมงานเข้าใจว่าวัดนี้เจ๋ง อยู่ที่คลองบางหลวง มีจารีตประเพณี มีคนมาไหว้พระ ลานวัดเปรี้ยวมาก ทำให้เราได้รับรู้ว่าพื้นที่วัดเขาเปิดให้ชุมชนใช้ เราแค่เข้าไปดีไซน์ให้ดีขึ้น เป็นมิตรมากขึ้น เอานักศึกษาเข้าไปทำให้งานมันน่ารัก มินิ หรือน่าเข้ามาร่วมด้วย ดูไม่เป็นพิษเป็นภัย จากที่ตอนแรกที่ว่า ต้องทำกระบวนการมีส่วนร่วม ต้องเชิญให้ครบทุกภาคส่วน เพื่อฟังอาเจนด้า แต่มันทำไม่ได้หรอก”
อย่างที่คลองบางหลวง ลุยเอง แต่ที่บางลำพู มีน้องๆ ไกด์เด็กบางลำพูเข้ามาช่วย ห้างนิวเวิลด์ที่เคยร้าง ก็เข้าไปจัดนิทรรศการช่วงโควิด เปิดให้คนเข้าไปรำลึกความทรงจำ
“ห้างนี้ถูกปิดมาหลายสิบปี อยากให้คนแรกที่เข้าไป คือคนในชุมชน ให้คนในชุมชนสแกนให้ คนข้างในก็มาร่วมแชร์เมมโมรี่ ที่นี่เคยรุ่งเรืองมาก เหมือนพารากอนของบางลำพู
แล้วต่อมา เขาบอกอาจารย์ว่า ให้เอาคนนอกเข้ามาด้วย เพราะย่านไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยคนข้างในอย่างเดียว จนได้ศิลปินมาช่วยคิดว่า บางลำพูคืออะไร ถอดมาเป็นแสง สี เสียง นึกไม่ถึงเลยว่าจะกลายมาเป็นสเปซแบบนี้ได้ มีอินสตอลเลชั่นอาร์ต ทำให้เด็กและคนข้างในรู้สึกภูมิใจ” ผศ.ดร.สุพิชชาเผย
จากนั้นกล่าวถึง ‘ปากคลองตลาด’ ว่าสมัยสาวๆ จะเฉอะแฉะมาก เป็นภาพคลาสสิกที่เดินไปแล้วเหมือนเล่นเกม น้ำกระเฉาะขึ้นมา 8 ปีที่แล้วมีการจัดระเบียบทางเท้า จนได้ทางเท้าที่สวย แต่ลื่นปรื๊ด ขายอะไรไม่ได้เลยเพราะคนคิดว่า ‘ปากคลองไม่มีแล้ว’
“เพราะเอาคนบนฟุตปาธไปหมดเลย จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะไม่มีประธานชุมชน หรือใครที่เป็นหัวโจกให้เลย ทำได้ยากมาก ทำได้แค่ถ่ายรูป ก่อนเขาโดนไล่ที่ จัดนิทรรศการไปก่อน ใส่ความคิด ความสร้างเข้าไป เอาเออาร์เข้าไป จนเขาเริ่มเห็นผล มีวัยรุ่นมาเดิน จากดอกไม้ ที่เคยขายเป็นกำๆ ก็เริ่มมาขายแยกดอก ดอกละ 20 บาทถามว่าไม่กำไรยังไงก่อน พวกหนู (คนรุ่นใหม่) นี่แหละที่ทำให้ปากคลองตอนนี้สนุกมาก กำลังจะเปลี่ยนภาพจำอะไรบางอย่าง” ผศ.ดร.สุพิชชาระบุ
ผศ.ดร.สุพิชชากล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการขอภาพจากช่างภาพในพื้นที่ที่ถ่ายรูปที่ถ่ายช่วงโควิดไว้ นำมาจัดแสดง ทำเป็นกิจกรรมให้คนมาสแกนเล่น มีดอกไม้บาน ไปดีลกับป้าที่ขายดอกไม้ให้ช่วยสนับสนุน เมื่อเด็กได้รางวัลเป็นดอกไม้ ก็แชร์ลงติ๊กต๊อก
“จนมีเด็กมารอหน้าร้านช่วงวันวาเลนไทน์เลย ขายดีจนหมด ไม่มีขาย ไม่รู้มาเล่าหรือมาอวด ได้ไปออกเรื่องเล่าเช้านี้ เขายังเสนอ ให้คนตาบอดมาจัดดอกไม้ ซึ่งเขาใช้วิธีการสัมผัสและดมกลิ่น ขนลุกเลย ทำให้เกิดไอเดีย จนตอนนี้หน้าร้านแข่งกันจัดสวยสุด เริ่มสนุกแล้ว เริ่มไม่เศร้าเหมือนเมื่อก่อน นำรายได้มาสู่ชุมขน 4.91 ล้านบาท ในช่วง 4 วัน จากการจัดงานปากคลองตลาด เมื่อวันที่ 27 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา” ผศ.ดร.สุพิชชากล่าว และว่า


ในส่วนของสดชื่นสถาน ก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเล็กน้อย คือเข้าไปจัดนิทรรศการ และให้นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร คิดโครงการออกแบบพื้นที่สาธารณะของคนไร้บ้าน
เมื่อถามถึงลักษณะของพื้นที่ ที่เหมากับคนไทย ?
ผศ.ดร.สุพิชชากล่าวว่า ต้องยอมรับว่า โดยพื้นเพแล้วเราไม่ลักชัวรี่ เมื่อจริตเราไม่ใช่ ก็อย่าฝืน ยอมรับเถอะว่าเราทิงนองนอย ซึ่งในหนังสือ softcity จะเขียนถึงในแถบสแกนดิเนเวียว่า ‘ฟุตปาธต้องมีชีวิต’ ‘ชายคาต้องถูกใช้’ ซึ่งสวนทางกับที่เราทำ สิ่งต้องทำคือออกแบบโครงสร้างหลวมๆ ให้มีสตรักเจอร์แต่ต้องไม่คอนโทรล ต้องเผื่อให้เขา ต้องมีเส้นทาง ให้เราสามารถมีชีวิตชีวาได้ อย่างฟุตปาธ ถ้าห้ามใช้เลย แล้วจะซื้อข้าวกินที่ไหน
“ฝากมีชีวิตกันต่อไป อยากให้มีพลัง เชื่อมคนมีพลัง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ไม่ต้องไปรอ ไม่ต้องกลัว รวมกลุ่มกันทำกับเพื่อน สำเร็จไม่สำเร็จทำไปก่อน แล้วเดี๋ยวมันจะไปได้เอง ถ้าอยากทำอะไรทักมาที่เพจ มนุษย์ปากคลองได้” ผศ.ดร.สุพิชชากล่าว

![xkd8]v54](https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2024/04/xkd8v54.jpg)
