กว่า18ชม.! ตร.ไล่ล่า ‘แดนหัวใจระเบิด’ ลวงเด็กสาวย่ำยี-ถ่ายคลิป-บังคับเสพกัญชา ซ้ำพบเด็ก14ในบ้านพัก อ้างเป็นแฟนใหม่
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร., และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามอาชญากรรมที่กระทำความผิดสร้างความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนผู้สุจริต สร้างความหวาดกลัว
เมื่อวันที่ 27 เมษายน พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.ฯ และ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.บช.น. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบนครบาลร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว
นายอัฐษฎา (สงวนนามสกุล) หรือแดนหัวใจระเบิด อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ จ.352/2567 ลงวันที่ 25 เมษายน 2567 โดยกล่าวหาว่า “พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้” โดยจับกุมได้ที่ภายในซอยจริญสนิทวงศ์ 85 แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ

พฤติการณ์กล่าวคือ มีแชตสนทนาของนายแดนหัวใจระเบิดที่ส่งมาข่มขู่เด็กสาววัย 17 ปี หลังจากเผยแพร่คลิปลับเด็กสาวในโซเชียล ก่อนจะข่มขู่เธอหวังจะให้เธอกลับไปมีสัมพันธ์อีกครั้ง แต่เธอไม่ยอมแล้วไปแจ้งความดำเนินคดี ทำให้นายแดนตามราวีจนตกอยู่ในความเครียด
ด้านเด็กสาวยอมรับว่านอนร้องไห้ทุกคืน ไม่มีจิตใจที่จะสามารถใช้ชีวิตอย่างปกติ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันวาเลนไทน์ปี 2567 จนล่าสุดพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน ได้ออกหมายจับคนร้ายรายนี้แล้ว ซึ่งได้ขอความช่วยเหลือมาที่เพจสืบนครบาลให้ช่วยติดตามจับกุมเพราะเจ้าตัวหนีสุดชีวิต
ซึ่งเมื่อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ทราบเรื่องและนำแฟ้มคดีมาตรวจสอบวิเคราะห์พฤติกรรมความเลวของคนร้ายรายนี้ เชื่อว่าไม่น่าจะก่อเหตุมาเพียงครั้งเดียว อาจจะมีเหยื่อรายอื่นๆ อีก จึงส่งชุดสารวัตรแจ๊ะออกไล่ล่า กว่า 18 ชั่วโมงของการลาดตระเวนชุดสืบสวนก็พบเบาะแสว่าคนร้ายจะไปเสพกัญชากับพลพรรคสายเขียวย่านจรัญสนิทวงศ์
ชุดสืบสวนวางกำลังในพื้นที่จนพบตัวคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ออกมาจากซอย พบนายแดน ชุดสืบสวนขับขี่ไล่ล่าไปถึงบริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 85 แล้วเกิดไหวตัวทัน หักหัวกลับรถกะทันหันเพื่อหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ สารวัตรแจ๊ะสั่งชุดสืบสวนปาดหน้าเพื่อเข้าชาร์จจับกุมตัวกลางถนนทันที

โดยหลังจับกุมตัวตามหมายจับ คนร้ายได้นำพาชุดสืบสวนไปตรวจค้นบ้านพัก ทำให้ชุดสืบสวนได้พบกับเด็กสาววัย 14 ปี ที่ถูกคนร้ายล่อลวงมา ซึ่งเมื่อชุดสืบสวนตรวจสอบพบว่า Miss Call ในโทรศัพท์ของเด็กสาววัย 14 ปี มีญาติพยายามติดต่อกับเธอเกือบ 100 สาย เด็กสาวยังพยายามที่จะปกป้องคนร้ายโดยอ้างว่าความผิดทุกอย่างอยู่ที่เธอ ชุดสืบสวนรีบติดต่อผู้ปกครองของเด็กสาวทราบว่าเด็กหลบหนีออกจากบ้านมาตั้งแต่วันสงกรานต์ปี’67 ซึ่งเมื่อชุดสืบสวนขุดไปอีกก็พบว่าคนร้ายได้ถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาวไว้จำนวนมาก และยังมีการแชตสนทนาเพื่อขายคลิปลับเหล่านี้ด้วย

หลังการตรวจค้นจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชได้ขยายผลการจับกุมจนทราบว่าตลอดเวลาที่คนร้ายล่อลวงเด็กสาวรายนี้มานั้น ได้ลงมือกระทำชำเรา, ถ่ายคลิปวิดีโอ และยังบังคับให้เสพกัญชา ต่อมาตำรวจได้ส่งตัวเด็กสาววัย 14 ปี รายนี้กลับคืนสู่อ้อมกอดผู้ปกครองอย่างปลอดภัยแล้ว นำตัวผู้ต้องหาส่ง สน.บางขุนเทียน ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในชั้นจับกุม นายอัฐษฎาให้การรับสารภาพข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “เรื่องที่เป็นคดีเกิดขึ้นประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ตอนนั้นตนได้คบกับผู้เสียหายในคดีนี้ อายุ 17 ปี คบหากันได้ประมาณ 9 เดือน ก็ไปมาหาสู่รักกันปกติ จนประมาณเดือนมกราคม 2567 ตนเกิดนอกใจผู้เสียหาย ไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงอีกคนหนึ่งจนผู้เสียหายจับได้ ผู้เสียหายจึงขอเลิกกับตน แต่ด้วยความรักที่ตนมีให้ผู้เสียหายทำให้ไม่อยากเลิกคบกัน จึงขู่กับผู้เสียหายว่าถ้าเลิกกันจะโพสต์รูปโป๊ คลิปโป๊ของผู้เสียหายให้คนอื่นเห็น
โดยใช้คำพูดว่า “ถ้ามึงไม่กลับมา กูจะเอารูปโป๊และคลิปโป๊ของมึงไปโพสต์ในทวิตเตอร์ และในเฟซบุ๊ก” แต่ผู้เสียหายไม่ยอมกลับมาคืนดีด้วย ทำให้โกรธมากที่ผู้เสียหายไม่ยอมกลับมา จึงเอารูปโป๊ของผู้เสียหายไปโพสต์ลงในคอมเมนต์เฟซบุ๊กของผู้เสียหาย ให้คนอื่นเห็นเพื่อให้อับอายคืนดี




เมื่อโพสต์ไปแล้วผู้เสียหายได้พาผู้ปกครองเข้าแจ้งความที่ สน.บางขุนเทียน ตนก็โต้ตอบไปว่า “กูไม่กลัว ตำรวจทำอะไรกูไม่ได้หรอก อากูเป็นตำรวจ พี่กูก็เป็นทหาร อย่างมากก็แค่เสียเงิน กูไม่อยากให้เงินผู้หญิงที่เคยโดยข่มขืนแบบมึง” จากนั้นผู้เสียหายจึงดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ตนก็ยังไปเยาะเย้ยผู้เสียหายอีกว่า “ตำรวจจับกูไม่ได้หรอก กูไม่อยู่บ้านยังไงตำรวจก็หากูไม่เจอ”
ตอนนั้นยอมรับว่าทำไปพูดไปเพราะความโกรธและความคึกคะนอง ไม่มีญาติเป็นตำรวจหรือทหารแต่อย่างใด ในชั้นจับกุมตนยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดตนทำผิดจริง เกิดความสำนึกผิด จึงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนเด็กสาวที่เจ้าหน้าที่พบที่บ้านพักนั้น ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นแฟนใหม่ของตน เพิ่งเจอกันเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา จากนั้นได้คบหากันเป็นแฟนกันโดยที่พ่อแม่ผู้ปกครองของแฟนตนไม่ทราบ โดยให้แฟนใหม่ของตนโกหกที่บ้านว่าปิดเทอมขอไปเที่ยวเล่นบ้านเพื่อนผู้หญิง จากนั้นจึงมาอยู่กินกับตนเรื่อยมาตั้งแต่หลังสงกรานต์ โดยไม่ให้แฟนใหม่ของตนรับโทรศัพท์จากผู้ปกครอง เพราะไม่อยากให้ทราบเรื่อง ซึ่งเมื่อมาเจอแฟนใหม่รู้สึกดีกว่าแฟนเก่า (ผู้เสียหายในคดี) เยอะ ทำให้ลืมแฟนเก่า (ผู้เสียหายในคดี)
โดยยืนยันว่า ขอไม่ไปคืนดีกับแฟนเก่า (ผู้เสียหายในคดี) อีก เคยทำ 3 คดีคือ 1.ปลายเดือน มี.ค.67 ได้ก่อเหตุใช้มีดแทงวัยรุ่นที่บริเวณสะพานพุทธยอดฟ้า, 2.ต้นเดือน เม.ย.67 ก่อเหตุขโมยยาบำรุงเซ็กซ์ใน 7-11 สาขาซอยพระราม 2 ซอย 20 และ 3.กลางเดือน เม.ย.67 ก่อเหตุรุมทำร้ายนายตู้ฯ ที่เอกชัยซอย 8 ส่วนที่มีฉายาว่า แดนหัวใจระเบิดเพราะสักลายรูปหัวใจระเบิดบริเวณหน้าอก แต่ยังสักไม่เสร็จเพราะช่างสักได้ถูกสืบนครบาลจับไปเมื่อวันก่อนที่ จ.ภูเก็ต หลังจับกุมตัวได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายถือว่าไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ท้าทายอวดอ้าง ถือเป็นภัยต่อเด็กและเยาวชนอย่างยิ่ง ตัวเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการกระทำเช่นนี้นั้นสร้างบาดแผลในจิตใจเด็กเพียงใด การแบล๊กเมล์เปิดคลิปลับของเด็กสาวลักษณะนี้มันแทบจะทำให้เหยื่อสาวตายทั้งเป็นได้เลย ยิ่งกว่านั้นชุดจับกุมยังไปพบว่าปัจจุบันยังอยู่กินอาศัยกับเด็กสาววัยเพียง 14 ปี ซึ่งไร้เดียงสามาก ถูกล่อลวงจนกระทั่งแม้แต่ตอนจับกุมเขายังพูดปกป้องตัวคนร้าย
ผบก.สส.บช.น.กล่าวต่อว่า เด็กไม่ว่าอย่างไรก็คือเด็ก ความไม่เข้าใจในเรื่องของความรัก มันจึงต้องมีกฎหมายที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุ้มครองให้กับเด็กเหล่านี้ เพื่อมิให้เหล่าชายโฉดใช้ความไร้เดียงสาของเด็กมาสนองตัณหาของตัวเอง และทำลายอนาคตของเด็ก จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ปกครองทั้งหลาย โปรดเพิ่มความใส่ใจในตัวบุตรหลานของท่าน อย่าไว้วางใจและคลาดสายตา แม้แต่กระทั่งคนใกล้ชิด
“หากผู้ใดมีเบาะแสการกระทำความผิด โปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ สืบนครบาล IDMB เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.” ผบก.สส.บช.น.กล่าว

