วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สภ.เมืองยโสธร น.ส.บุษรินทร์ เศิกศิริ อายุ 21 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว พร้อมด้วยนายวีระชัย กำแก้ว อายุ 36 ปี อาชีพนักจัดวิทยุชื่อดังในจังหวัดยโสธร แฟนน.ส.บุษรินทร์ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.เที่ยง ตั้งดำรงวัฒน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองยโสธร ว่าถูกแก๊งกำถั่วตุ๋นเงิน 6 แสนบาท
น.ส.บุษรินทร์ กล่าวว่า ตนได้ลงขายที่ดินในอำเภอเมืองยโสธร ผ่านเว็บไซต์ขายดี จำนวน 2 ไร่ 3 งาน ในราคา 6 ล้าน 8 แสนบาท ต่อมาพวกแก๊งดังกล่าวก็ติดต่อมาชื้อที่ดิน โดยนัดมาพบกันได้หรือไม่ จากนั้น วันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา พวกแก๊งดังกล่าวได้นัดพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวชานเมืองเพื่อต่อลองราคาที่ดิน จนได้พบกับชายหญิงสองคน โดยคนแรกอ้างว่าชื่อนายเล็ก ส่วนผู้หญิงก็อ้างว่าชื่อเจ๊รัตน์ ก็พูดนำนองว่าให้รอซ้อที่กำลังเดินจะมาชื้อที่ดิน และพูดถึงซ้อว่าเมื่อคืนซ้อเดินทางไปเล่นพนันและเสียเงินจำนวน 2-3 ล้านบาท และก็พูดแต่เรื่องพนันอย่างเดียว ต่อมาก็มีนายศักดิ์ เดินทางมานั่งที่โต๊ะเดียวกัน อ้างว่าเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างและสนิทกับซ้อที่จะมาซื้อที่ดินมาก ซึ่งนายศักดิ์ คุยกับพวกตนออกสำเนียงใต้ว่าเป็นเซียนเล่นพนัน รู้ทุกอย่างเรื่องกลโกง ขณะเดียวกันเจ๊รัตน์ก็พูดกับนายศักดิ์ ว่าหากรู้เรื่องโกงพนันจริงช่วยสอนให้ซ้อหน่อยได้หรือไม่ เพราะซ้อเล่นพนันเสียตลอด
น.ส.บุษรินทร์ กล่าวต่อว่า ต่อมานายศักดิ์ก็ได้สอนวิธีกลโกงเล่นพนันกำถั่ว โดยใช้เม็ดฟักทองในการเล่น ซึ่งพวกตนก็เห็นว่านายศักดิ์สามารถโกงได้จริง และนายศักดิ์ก็ได้สอนวิธีโกงการเล่นให้นายวีระชัย แฟนหนุ่มของตน สักพักซ้อก็ได้เดินทางมาถึงโดยรถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ด ป้ายแดง สีขาวบอล นายศักดิ์ก็พูดกับซ้อว่า จะเล่นกำถั่วกับซ้อ หากซ้อทายไม่ถูกภายใน 10 รอบ ซ้อก็ไม่ต้องไปเล่นที่จ.มุกดาหารอีกนะ ต่อมานายศักดิ์ก็ชวนเล่นโดยให้แฟนของตนเป็นเจ้ามือ ซึ่งซ้อเล่นกำถั่วไป 10 รอบ ก็ทายไม่ถูกสักรอบ ตนและแฟนจึงบอกกับซ้อว่ามันมีวิธีกลโกงในการเล่นกำถั่วนะซ้อ ซึ่งซ้อ ก็ตอบกลับมาว่าเก็บความหวังดีของพวกเธอไว้นะ ซ้อไม่เล่นซ้อจะไปหาเพื่อนที่จ.มุกดาหาร หากพวกเธอมีเงิน 6 ล้าน ถึงมาเล่นกับซ้อ ขณะเดียวกันนายศักดิ์ ก็พูดขึ้นว่าวันดังกล่าว เวลา 17.00 น. จะหาเงินมาให้ได้ 6 ล้านบาท แล้วนัดเล่นกับซ้อที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งย่านชานเมือง
“จากนั้นนายศักดิ์ ได้หันมาพูดกับตนว่าพวกเราต้องช่วยกันหาเงินมาเล่นกำถั่วกับซ้อให้ได้ 6 ล้านบาทนะน้อง ซึ่งตนกับแฟนก็ได้หลงเชื่อในคำหลอกลวง จึงเดินทางไปที่ธนาคารแล้วกดเงินสดออกมาจำนวน 6 แสนบาท ต่อมาก็ไปพบกันที่รีสอร์ทเล็กๆที่ไม่มีกล้องวงจรปิด โดยตกลงกันว่าจะเล่นแค่ 10 รอบและจะจ่ายเงินให้หลังจบเกมส์ จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็พูดว่าเอาเงินมาคนละ 6 ล้านบาทแต่ไม่ยอมนำออกมาให้ตนกับแฟนเห็น ต่อมานายศักดิ์ก็บอกให้แฟนตนลงไปเป็นเจ้ามือในการเล่น โดยได้นัดแนะกันไว้แล้วว่าหากหูแก้วไปหยุดอยู่ที่เลขใดแสดงว่าออกตัวนั้น สักพักพอเล่นกำถั่วถึงรอบที่สองซ้อก็ทายไม่ถูก โดยที่รอบสามซ้อก็ทายถูกได้เงินไป 5 แสน แล้วได้เพิ่มอีก 5 เท่า ต่อมารอบที่แปดซ้อลงเล่นไป 2.5ล้านบาท ก็ทายถูกทำให้ซ้อได้เงินรวมขณะนั้นประมาณ 12 ล้านบาท ซึ่งอีกสองรอบสุดท้ายซ้อลงเพียงครั้งละ 1-2 แสนบาท สักพักจบเกมส์ซ้อก็ได้หยิบเงินพวกตนไปเลย 6 แสนบาท และพูดว่าหากอยากแก้มือให้นำเงินที่ติดหนี้มาคืนก่อนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น ซึ่งนานศักดิ์ก็ตอบไปว่าจะหาเงินมาให้ซ้อแน่นอน” น.ส.บุษรินทร์ กล่าวและว่า ต่อมาช่วงเย็นนายศักดิ์โทรมาหาตนและแฟนแล้วบอกว่าน้องมีอะไรที่สามารถขายได้หรือไม่เช่นนำที่ดินไปจำนอง เอาแหวนไปจำได้หรือไม่ และนายศักดิ์ก็บอกว่าเรื่องที่ดินที่ซ้อจะซื้อขอเลื่อนไปก่อนนะเพราะแม่ซ้อเข้าโรงพยาบาล ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมาตนได้ติดต่อกลับไปหานายศักดิ์ นายเล็ก และเจ๊รันต์ ที่มาด้วยกัน แต่ไม่สามารถติดต่อได้จึงรู้ว่าพวกตนเองถูกโกงแน่นอน
ทั้งนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ที่มาแจ้งความเพื่อรวบรวมหลักฐานมาดำเนินคดีต่อไปต่อไป อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังสอบปากคำ น.ส.บุษรินทร์ ก็ได้มีนายศักดิ์โทรเข้ามาหา น.ส.บุษรินทร์ ผู้เสียหายเพื่อนัดทานข้าว อย่างไรก็ตามขณะนี้ทางผู้เสียหายทราบตัวนายศักดิ์แล้วคือนายโอสถ นพรัตน์ อายุ 49 ปี ชาว อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งจากประวัติพบว่านายโอสถ หรือศักดิ์ พัวพันกับเรื่องฉ้อโกงมามาก

