ส่อพิรุธ เหตุไฟไหม้โรงงานเก็บกากสารเคมีภาชีอยุธยา-บ้านค่าย ระยอง 2 แห่ง หลังพบความเชื่อมโยงนายทุนคนเดียวกัน เร่งเฝ้าระวังจับตาโรงงาน-โกดังสาขาที่เหลืออีก 4 แห่ง พื้นที่อยุธยา-โคราช-เพชรบูรณ์ หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย
จากกรณีเพลิงไหม้โรงงานเก็บกากสารเคมีวิน โพรเสส อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และโกดังเก็บสารเคมีของกลาง ในพื้นที่ อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โกดังเก็บสารเคมีในพื้นที่ อ.ภาชี เป็นของ บริษัท เอกอุทัย จำกัด โดยเช่าโกดังไว้เก็บกากสารเคมี ก่อนหน้าเคยถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เข้าตรวจสอบดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วัตถุอันตรายไปแล้วเมื่อปี 2566 ปัจจุบันพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปทส. อยู่ระหว่างสรุปสำนวนคดีตามขั้นตอนกฎหมายใกล้แล้วเสร็จ
อีกทั้งจากการที่เจ้าหน้าที่ บก.ปทส.เคยนำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานทั้ง 2 แห่ง ระหว่างบริษัท เอกอุทัย จำกัด อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา กับโรงงานเก็บกากสารเคมีวิน โพรเสส อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ยังพบข้อมูลสำคัญว่า ทั้งสองบริษัทมีความเกี่ยวข้องหรือเชื่อมโยงถึงกัน ถึงแม้ว่ากลุ่มผู้บริหารของทั้งสองบริษัทจะเป็นคนละกลุ่มกัน แต่ในทางสืบสวนพบว่ามีนายทุน หรือผู้อยู่เบื้องหลังเป็นบุคคลคนเดียวกัน
นอกจากนี้ แนวทางสืบสวนยังพบอีกว่า หลังจากโรงงานเก็บกากสารเคมีวิน โพรเสส ถูกตัดสินให้มีความผิด ได้มีการผ่องถ่าย หรือเคลื่อนย้ายกากสารเคมีของกลางเหล่านี้มาเก็บ หรือซุกซ่อนไว้ที่ โกดัง หรือโรงงานสาขาที่อยู่ในเครือของบริษัท เอกอุทัย จำกัด จำนวน 5 แห่ง แบ่งเป็น พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จำนวน 3 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.อุทัย 2 แห่ง และ อ.ภาชี 1 แห่ง (โกดังที่เกิดไฟไหม้)
ส่วนที่เหลืออีก 2 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา และ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันโรงงาน หรือโกดังทั้งหมดเคยถูกตำรวจ บก.ปทส.ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย ไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเร่งสรุปสำนวนคดีเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นกับโรงงานทั้ง 2 แห่ง เพื่อความไม่ประมาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส.ได้ประสานข้อมูลและความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเร่งจัดกำลังเฝ้าจับตาโรงงาน หรือโกดังสาขาอื่นๆ ที่เหลืออยู่ของบริษัท เอกอุทัย จำกัด ตามพื้นที่ต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้กังกล่าวขึ้นซ้ำอีก
พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. กล่าวว่า กรณีที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นครั้งที่สอง ซึ่ง บก.ปทส.อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับบริษัท เอกอุทัย จำกัด หลังพบว่าเป็นเจ้าของโกดังเก็บกากสารเคมีในพื้นที่ จ.ระยอง ที่เกิดเพลิงไหม้ก่อนหน้านี้ และเอาผิดผู้ทำสัญญาขอเช่าโกดัง โดยจะส่งสำนวนเพื่อดำเนินกับทั้ง 2 กลุ่ม ใน 4 ข้อหา เช่น ครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต การจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยโดยมิได้รับใบอนุญาต
พล.ต.ต.วัชรินทร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนเรียกกลุ่มผู้ต้องหาที่มี 5-6 คนมาสอบปากคำ พบว่า 1 ในนั้นคือผู้ทำสัญญาเช่าโกดังคนแรกไม่ยอมเข้าให้ปากคำ หลังจากนี้จะดำเนินการขอหมายจับ และนำหมายจับดังกล่าวส่งพร้อมสำนวนให้อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อส่งฟ้องต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ไฟไหม้โกดังเก็บสารเคมีเถื่อน 4 พันตัน ที่ภาชี ยังไม่ดับ! ควันดำพุ่งโขมง ส่งกลิ่นเหม็น
- โรงงานภาชีไฟไหม้ ไร้ใบอนุญาต แอบเก็บกรดเสื่อมสภาพ หลักฐานชัดลอบวางเพลิง
- ส.ส.ก้าวไกล ชี้ ไหม้รง.ระยอง-ภาชี เจ้าของเดียวกัน ฝากนายกฯเร่งสางปัญหา แนะจับตาใช้เงินประกันย้ายสารเคมี
- ด่วน! อธิบดีกรมโรงงาน ประกาศลาออก ไม่รอเกษียณ 30 กันยายนนี้
- อธิบดีโรงงาน ยันไม่ได้น้อยใจถึงลาออก แต่มีคนคิดว่า ‘อยากเปลี่ยนตัว’ ก็พร้อมไป

