บุกรวบ ‘บอส’ แก๊งอุ้มคนจีนไถเงิน 2.5 ล้าน อึ้ง เป็นอดีตดาบตำรวจ ถูกไล่ออก

3.05.24 | 14:56 น.

รวบแล้วตำรวจนอกราชการ 1 ราย แก๊งอุ้มรีดคนจีน


เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 พร้อมชุดสืบสวนประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน กรณีที่ชายฉกรรจ์ 3 คน บุกเข้าไปในโรงแรมแห่งหนึ่ง ซอยประชาสงเคราะห์ 2 แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. ก่อเหตุอุ้มชาวจีน 5 คนออกจากห้องพักโดยสมอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะรีดไถเงินจำนวนประมาณ 2,500,000 บาท ก่อนปล่อยตัวผู้เสียหาย

ต่อมาจากพยานหลักฐานจึงรวบรวมส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อเสนอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมด 3 ราย ข้อหา “ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันกรรโชกทรัพย์, ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจนั้น, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.นพศิลป์ พล.ต.ต.ธีรเดช นำกำลังจับกุม นายอรรถวุฒิ สุมนรัตนกูล หรือ นายบอส ที่อ้างว่าเป็นตำรวจเมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นอดีตตำรวจที่ถูกให้ออกจากราชการไปแล้ว (อดีต ด.ต.อรรถวุฒิ สุมนรัตนกูล ผบ.หมู่ สส.สน.คันนายาว ให้ออกตั้งแต่ 1 มกราคม 2566)

Advertisement

ซึ่งนายบอส แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้ามาควบคุมตัวผู้เสียหายกับพวก อ้างว่าชาวจีนทั้ง 5 รายกระทำผิดกฎหมายจะต้องพาไปดำเนินคดีที่ สน. ระหว่างนั้นมีการพูดจาข่มขู่ และโชว์บัตรที่อ้างว่าเป็นบัตรตำรวจ แต่ยังไม่ทันที่ผู้เสียหายจะดูว่าเป็นบัตรตำรวจจริงหรือไม่อีกฝ่ายก็เก็บบัตรไป

จากนั้น พยายามจะพาตัวไปที่ สน. โดยคุมตัวกลุ่มผู้เสียหายกับพวกมาขึ้นรถยนต์ 2 คันที่จอดรออยู่หน้าโรงแรมและขับพาผู้เสียหายไปที่บริเวณใดไม่ทราบแน่ชัดระหว่างทางกลุ่มผู้ก่อเหตุเกลี้ยกล่อมผู้เสียหายให้ยอมจ่ายเงินเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี

ในระหว่างทางผู้เสียหายพยายามขอดูบัตรตำรวจอีกครั้ง แต่อีกฝ่ายบังคับให้นั่งลงดีๆ แล้วชูมือเหนือหัว ก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้องคุยแล้ว เดี๋ยวไปคุยกับ บอส” พร้อมบอกด้วยว่า “ไม่เชื่อใช่ไหม ว่าเป็นตำรวจ เดี๋ยวจะโชว์ให้ดู” หลังจากนั้น ผู้ก่อเหตุขับรถพาผู้เสียหายมาที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ก่อนจะพาลงจากรถ และพาไปเจอ ชายที่อ้างตัวว่าเป็นบอส อายุราวๆ 50 ปี ขึ้นไปแนะนำตัวว่าตนเองเป็นตำรวจ

จากนั้นคนที่เป็นบอสอ้างว่า “กลุ่มคนจีนนี้ มีเครื่องรูดบัตรอยู่ในห้อง ก็ถือว่าผิดกฎหมายแล้ว จ่ายมา 4 ล้านบาท” แต่ผู้เสียหายเห็นว่าแพงมากไม่มีเงินจ่าย อีกฝ่ายจึงเสนอเงินเหลือ 3 ล้านบาทและเรื่องจะได้จบ ผู้เสียหายเกรงว่าจะถูกจับกุม

จึงติดต่อหาเพื่อนชาวจีนที่อยู่ในประเทศกัมพูชา โอนเงินมาเข้าบัญชีกระเป๋าเงินดิจิทัลตามที่กลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าวต้องการเป็นเงินไทยประมาณ 2,500,000 บาทเมื่อจ่ายเงินกันเรียบร้อยแล้วกลุ่มผู้ก่อเหตุจึงปล่อยตัวผู้เสียหายให้ออกจากบริเวณดังกล่าว

ต่อมา ที่ สน.ดินแดง ชุด บก.สส.บช.น. ร่วมกับ บก.น.1 และ สน.ดินแดง ควบคุมตัวนายอรรถวุฒิ หรือนายบอส อดีตตำรวจมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน สน.ดินแดง

โดยนายบอสให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้นๆ ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ได้ร่วมขบวนการแก๊งรีดทรัพย์นักธุรกิจชาวจีน และไม่ได้รู้จักกับนักธุรกิจชาวจีนผู้เสียหาย และในที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

ผู้สื่อข่าวก็พยายามสอบถามว่าในวันเกิดเหตุไปอยู่ที่ไหนนั้น นายบอสตอบเพียงว่าขอไปให้การในชั้นศาล เมื่อสอบถามว่า เคยรับราชการเป็นตำรวจจริงหรือไม่ นายบอสไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

สำหรับนายบอส เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 ราย ซึ่งตามพฤติการณ์แล้วไม่ได้เดินทางไปที่โรงแรม จึงไม่ปรากฏภาพนายบอสที่โรงแรม แต่แนวทางสืบสวนพบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุควบคุมตัวชาวจีนทั้ง 5 รายไปพบนายบอส ก่อนจะดำเนินการรีดไถเงิน 2.5 ล้านบาท