น้องชายเมาซัดลูกซองใส่พี่ชายดับขณะป้อนข้าวแม่วัย 98
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ร.ต.อ.พอดี ไชยคำหาญ รอง สว.สอบสวน สภ.เพ็ญ จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุน้องชายใช้ปืนลูกซองยาวยิงหน้าอกพี่ชายแท้ๆ เสียชีวิตอยู่ข้างบ้านพักหลังหนึ่ง ใน บ.ดอนเงิน ต.บ้านเหล่า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ต่อหน้าแม่วัย 98 ปี
ขณะที่ผู้ก่อเหตุนั่งรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองยาวเบอร์ 12 จึงรายงาน พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.เพ็ญ รับทราบ ก่อนรุดออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.ท.เศกสันต์ ฤาเวทย์ รอง ผกก.สส.สภ.เพ็ญ นำกำลังตำรวจสืบสวน และตำรวจป้องกันและปราบปราม แพทย์เวร รพ.เพ็ญ และอาสามูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน จุดบริการ อ.เพ็ญ รุดตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบศพ นายเกสร กะพี้โสม อายุ 62 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ข้างบ้านเลขที่ 258 ซึ่งเป็นบ้านของผู้ก่อเหตุ และอยู่หน้าเพิงพักของ นางพา กะพี้โสม อายุ 98 ปี ผู้เป็นแม่ทั้ง 2 คน สภาพศพถูกยิงด้วยกระสุนลูกปรายหน้าอกขวาทะลุ และฝังในบางส่วน
ผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ นายหนูจอน กะพี้โสม อายุ 55 ปี น้องชายผู้ตาย นั่งรอมอบตัวพร้อมด้วยอาวุธปืนลูกซองของพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่วางไว้บนโซฟาไม้หน้าบ้านของตัวเอง และยังมีอาการเมาเหล้าขาว พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ตำรวจจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนดำเนินคดีที่โรงพัก ส่วนศพผู้ตายแพทย์เวร รพ.เพ็ญ ได้ให้อาสากู้ภัยมูลนิธิฯ นำศพไปไว้บ้านของลูกชาย ที่อยู่ห่างกันประมาณ 100 เมตร เพื่อบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
สอบสวน นายหนูจอน กะพี้โสม ผู้ก่อเหตุ คนก่อเหตุเล่าว่า ตนมีเรื่องทะเลาะกับพี่ชายมาหลายปีแล้ว ตนถูกพี่ชายกลั่นแกล้งมาตลอด เช่นเอาน้ำกรดไปเทใส่ในถังน้ำมันรถไถนาเดินตามของตนที่กระท่อมนา วางยาเบื่อหมา เป็ด ไก่ ของตนจนล้มตาย และมีเรื่องไม่ลงรอยกันต่อเนื่องประมาณ 10 ปีแล้ว ตนเป็นคนชอบดื่มเหล้า และดื่มวันละ 2 ขวดใหญ่ เมื่อคืนช่วงตี 3 ตนไปขอเงินแม่ที่เพิงพักข้างบ้าน 100 บาท เพื่อซื้อเหล้าดื่ม 1 ขวดใหญ่ จนหมด
“กระทั่งเช้าเห็นผู้ตายมาพูดจากวนใจตน จึงทำให้ตนโมโห ประกอบกับเมาเหล้าด้วย จึงเข้าไปหยิบปืนลูกซองในบ้าน มาเล็งและลั่นไกใส่พี่ชายโดยไม่คิด ขณะพี่ชายกำลังเอาข้าวให้แม่กินที่บ้าน ส่วนพี่ชายก็มีอาวุธปืน .22 หลังไม่ลงรอยกันมาตลอด ตนก็ระแวงว่าพี่ชายจะมาฆ่าตน เลยเข้าไปเอาปืนลูกซองยิงใส่พี่จนเสียชีวิต ส่วนเรื่องอย่างอื่นไม่มี ตนไม่ขอโทษพี่ชาย เพราะสมควรตายหลายครั้งแล้ว เพราะทำกับตนมาตลอด และก็เป็นความแค้นที่สะสมมานานเป็นสิบปี จึงลงมือก่อเหตุในวันนี้ และไม่มีเรื่องอื่นที่ทำให้ตนลงมือก่อเหตุ มีแต่เรื่องที่ตนเล่าให้ฟัง”
นางพา กะพี้โสม อายุ 98 ปี แม่ผู้ตายและผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนเสียใจที่ลูกชายทั้ง 2 คน ต้องมาฆ่ากัน เพราะว่าลูกชายคนเล็กบ้าเหล้า และทะเลาะกันก็บ่อย ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ชอบทะเลาะและจะทำร้ายคนในครอบครัวด้วย บอกอะไรก็ไม่ได้ ถ้าบอกสอนบ่อยก็จะมาทำร้ายตน ช่วงเกิดเหตุลูกชายคนโตกำลังเอาไก่ย่างมาป้อนให้ตนกิน แล้วลูกชายคนเล็กก็เอาปืนของพ่อมายิง จนลูกชายคนโตล้มลงเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาตนเอง ตนก็ลงจากแคร่ไปกอดลูกชายร้องไห้ด้วยความเสียใจ
“ส่วนลูกสะใภ้เมียของคนก่อเหตุก็ตกใจกลัว หลบอยู่ในบ้าน สาเหตุก็เพราะเมาเหล้าจนบ้า ผู้ตายเป็นลูกคนที่ 4 จากลูก 6 คน หญิง 1 ชาย 5 ตอนเช้าผู้ตายจะมาหาข้าวมาให้แม่กินเป็นประจำ ส่วนลูกชายคนเล็กที่ก่อเหตุ ไม่เคยจะมาดูแลตนเลย กินแต่เหล้า เวลาเมาแล้วจะชอบหาเรื่องพี่น้อง และคนอื่นด้วย เพราะเป็นลูกคนเล็กเอาแต่ใจตัวเอง ส่วนปืนเป็นมรดกของพ่อ หลังจากนี้จะเอาไปไหนก็ไป กลัวมันจะเอาไปยิงคนอื่นตายอีก”
นางพาเล่าว่า ลูกชายคนที่ตายนั้น ตนรักมาก เพราะเขาคอยหาข้าวหาน้ำให้กิน แม่ชอบกินอะไรก็หามาให้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำพริก ป่นปลา และกำลังจะป้อนข้าวและปิ้งตับไก่ใส่ปากแม่ ก็มาถูกน้องชายยิงตาย ถ้าหากวิญญาณของลูกชายได้ยินก็อยากให้ไปสู่สุคติ ไม่ต้องเป็นห่วงแม่


น.ส.เชอร์รี่ กะพี้โสม อายุ 41 ปี ลูกสาวคนโตผู้ตาย เล่าว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ตนรู้สึกเสียใจที่พ่อของตนถูกน้องชายแท้ๆ ยิงเสียชีวิต และยังไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร พ่อก็ไม่ได้ไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับใครอื่น ทุกเช้าพ่อจะซื้อกับข้าวมาส่งย่าทุกวัน ค่ำมาก็เข้าบ้านนอน ไม่ได้ไปยุ่งสุงสิงกับใคร ตั้งแต่แม่เสียชีวิตมานับ 10 ปี ส่วนที่อากล่าวหาว่าพ่อวางยาเบื่อหมา เป็ด ไก่ เอาน้ำกรดมาเทใส่ถังน้ำมันรถไถนา ตนบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เพราะพ่อก็โดนกระทำแบบนี้เช่นกัน
พ่อไม่เคยไปขู่ฆ่าน้องชายตัวเอง อาน่าจะคิดไปเองมากกว่า มีแต่น้องชายพ่อ ที่มาขู่ฆ่าตลอด แต่พ่อก็ไม่ได้สนใจอะไร ส่วนมากก็จะมีแต่น้องชายเมาแล้วจะมาหาเรื่อง พ่อช่วยเหลือครอบครัวเขามาตลอด เวลาอาสะใภ้ ไปขอยืมเงินเวลาขัดสน พ่อก็ให้ทุกครั้ง
“ตนก็อยากบอกวิญญาณพ่อว่า พ่อทำดีที่สุดแล้ว ไม่ต้องห่วงอะไร หลังจากนี้ตนจะดูแลย่าต่อจากพ่อเอง เพราะพ่อเคยสั่งเสียเอาไว้ ตนก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้ว และพ่อเคยพูดให้ฟังอยู่ตลอด เพราะอาจะมาขู่ฆ่าอยู่เป็นประจำ แต่พ่อของตนก็ไม่ไปใกล้เวลามีปากมีเสียงกัน ก็อยู่ทุ่งนาของใครของมัน ซึ่งพ่อของตนเห็นท่าไม่ดี พ่อก็จะขี่รถกลับเข้าบ้านทุกครั้ง เวลาที่อาโวยวายให้พ่อ”
นางบุญศรี ชาติโสม ผญบ.ม.13 บ.ดอนเงิน เปิดเผยว่า บ้านตนอยู่ใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 06.10 น. ตนได้ยินเสียงดังเหมือนมีอะไรหล่นใส่หลังคา พอออกมาดูก็พบว่ามีคนถูกยิง ซึ่งคนก่อเหตุและคนถูกยิงเป็นพี่น้องกัน จะมีปากเสียงทะเลาะกันบ่อย เป็นเรื่องภายในครอบครัว คาดว่าเป็นเรื่องหนี้สินที่หยิบยืมกัน และเรื่องที่ดิน ส่วนมากจะไปทะเลาะกันที่ทุ่งนา ผู้ก่อเหตุเมาสุรา แต่ก็ยังมีสติ ส่วนอาวุธปืนเป็นปืนมรดกของพ่อ ผู้ตายเป็นพี่ชายของผู้ก่อเหตุ
“วันนี้ผู้ตายเอาข้าวมาส่งแม่ที่บ้าน เพราะทุกเช้าจะมีหน้าที่ซื้อกับข้าวมาให้แม่ทุกวัน รู้สึกรันทดใจที่พี่น้องต้องมาฆ่ากันเอง ผู้ก่อเหตุเวลาเมาจะชอบโวยวายประจำ ส่วนใหญ่ทั้งคู่จะไปทะเลาะกันที่ทุ่งนา แต่มาวันนี้เงียบผิดปกติ จนลงมือฆ่าพี่ชายตัวเอง ในช่วงเกิดเหตุจะมีแต่แม่ของเขาทั้ง 2 คนที่เห็น ส่วนภรรยาอยู่ในบ้านอาบน้ำ เพื่อไปทำงานที่ศูนย์เด็กเล็ก ส่วนปมการฆ่าจะมีแม่และคนในครอบครัวที่จะรู้ดีกว่าตน”
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา นายหนูจอน กะพี้โสม ว่า “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ยิงอาวุธปืนในหมู่บ้าน หรือในทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ครอบครองอาวุธปืน เครื่องกระสุน โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน” ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


