สปสช. เดินหน้าแก้ปัญหา ‘งบรักษาพยาบาลขรก.ท้องถิ่น’หมด เม.ย.นี้ ยันไม่กระทบบริการแน่!

7.02.17 | 19:54 น.
นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา รักษาการแทนเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ปัญหางบประมาณค่ารักษาพยาบาลข้าราชการท้องถิ่น /องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ที่งบดำเนินการใกล้หมดในเดือนเมษายนนี้ ว่า ตั้งแต่ สปสช. เข้ามาช่วยท้องถิ่นในการบริหารงบค่ารักษาพยาบาลนั้นก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายของท้องถิ่นได้จาก 7 พันล้านบาทต่อปี เหลือประมาณ 3 พันล้านบาทต่อปี แต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพขึ้นเรื่อยๆ อัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ย 5 ครั้งต่อคนต่อปี เพิ่มจาก 4 ครั้งต่อคนต่อปี ค่าเหมาจ่ายรายหัวก็เพิ่มขึ้นกว่า 9 พันบาทต่อคน แต่กลับพบว่าการใช้งบประมาณปี 2559 ก็ไม่พอจ่ายอยู่ 3 เดือน ก็แก้ไขด้วยการเอางบปี 2560 มาจ่ายแล้วแต่ก็ยังไม่พอ ดังนั้นจึงของบฯ ปี 2561 เพิ่มเป็นประมาณ 9 พันล้านบาท แต่ทางอปท.ก็อาจจะให้ไม่ถึงจึงมีปัญหาค่าใช้จ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะดำเนินการอย่างไรในเดือนเมษายนนี้ หากข้าราชการท้องถิ่นประสบปัญหาการเข้ารักษาพยาบาล นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า เรื่องการรักษาพยาบาลต่างๆ นั้นทางโรงพยาบาลก็ดูแลไป ไม่ใช่ว่าจะหยุดให้บริการ แต่ สปสช.และอปท.ก็ต้องมาคุยกันว่าจะเดินหน้าต่ออย่างไร เพราะไม่อยากต้องไปรบกวนงบประมาณของกลุ่มบัตรทอง เนื่องจากปัจจุบันงบฯ มีน้อยอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องงบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือบัตรทอง ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ทางสำนักงบประมาณ จะมาหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เกี่ยวกับยอดงบประมาณของบัตรทองว่าควรเป็นอย่างไร

ด้าน นายศักดิพงศ์ ธรรมอาชวกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดเทศบาลแห่งประเทศ กล่าวว่า สปสช.ได้บันทึกข้อตกลงร่วมกับอปท.ในการบริหารงานงบดังกล่าว ซึ่งตามข้อตกลงระบุๆไว้ว่า ในการบริหารจัดการในแต่ละปีหากมีงบประมาณเหลือจะนำไปรวมกับงบประมาณในปีงบประมาณถัดไป แต่หากงบประมาณไม่เพียงพอ สปสช. จะเป็นผู้สำรองจ่ายให้ก่อน ดังนั้นหากงบในเดือนเมษายนนี้ ไม่เพียงพอ ตนมองว่า สปสช.ก็ควรสำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งเป็นไปตามสัญญา แต่หากทำไม่ได้ก็ต้องมาหารือแก้ปัญหาต่อไป