ครูจอมทรัพย์ไหว้พระธาตุพนม – ขอขมาผู้ตายที่จุดเกิดเหตุ ขอความจริงปรากฏก่อนขึ้นศาลวันนี้

8.02.17 | 07:24 น.

จากกรณีนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี  อดีตข้าราชการครู ที่ออกมาร้องทุกข์ กับกระทรวงยุติธรรมว่าตกเป็นแพะ หลังถูกตัดสินจำคุกเกี่ยวกับคดี ขับรถชนคนตาย เหตุเกิดเมื่อ 11 มีนาคม 2548 ในพื้นที่ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม  หลังติดคุก 1 ปี 6 เดือน จากคำพิพากษาตัดสินของศาลฎีกา  ให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน เมื่อปี 2556  แต่ได้รับการอภัยโทษออกมา เมื่อปี 2558 จนกระทั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม  พิจารณารื้อคดี โดยมีกำหนดนัดสืบพยานในระหว่างวันที่ 8 -10 กุมภาพันธ์ 2560

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ก.พ. นางจอมทรัพย์ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ทีมกฎหมายศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม  และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ดูแลรับผิดชอบคดีได้เดินทางจากกรุงเทพมหานครถึงสนามบินนครพนม เพื่อเตรียมขึ้นศาลจังหวัดนครพนม ในการนัดสืบพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560  โดยนางจอมทรัพย์ ได้เดินทางไปนมัสการขอพรองค์พระธาตุพนม ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนวันขึ้นศาล  นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนพระซอง – เรณูนคร เขตบ้านบริเวณถนนสาย พระซอง – เรณูนคร  ฝั่งมุ่งหน้าไปยัง อ.เรณูนคร  จ.นครพนม ห่างจากสะพานเทศบาลตำบลพระซองประมาณ 500 เมตร  ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชน นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปี เสียชีวิตขณะปั่นรถจักรยาน

โดยนางจอมทรัพย์ ได้จุดธูป 1 ดอก  กล่าวคำขอขมาทั้งน้ำตาถึงดวงวิญญาณผู้ตาย รวมถึงเจ้าที่และเจ้ากรรมนายเวร เพื่อขอให้อโหสิกรรม หากมีเวรต่อกัน ไม่ว่าแต่ชาติปางไหน ขอให้ตนหมดทุกข์ หมดโศก หมดเคราะห์กรรม และขอให้ความจริงปรากฏต่อสังคม เพื่อให้ตนพ้นจากมลทิน  ก่อนเดินทางกลับไปพักที่ตัวเมืองนครพนม ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ  ซึ่งยังไม่ขอให้สัมภาษณ์จนกว่าจะมีการสืบพยานของศาลจังหวัดนครพนม แล้วเสร็จ

ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่า  ในเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560  ทางศาลจังหวัดนครพนม จะมีการนัดสืบพยานของฝ่ายผู้ร้อง คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร  ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป  ซึ่งทางทีมกฎหมายกระทรวงยุติธรรม จะมีการนำพยานขึ้นสู่ศาลเพื่อสืบพยาน จำนวน 10 ปาก รวมถึงนางจอมทรัพย์ด้วย  โดยมีพยานปากสำคัญ คือ นางทัศนีย์  หาญพยัคฆ์ อายุ 61  ปี   พร้อมด้วย นางทองเรศ  วงศ์ศรีชา  อายุ 51  ปี   ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ในคดีช่วงเกิดเหตุ ที่เคยยืนยันว่าพบเห็นคนขับรถยนต์ที่เกิดเหตุเป็นผู้ชายลงมาดูศพผู้ตาย  ก่อนขับรถยนต์หนีไป แต่จำได้เพียงตัวเลขทะเบียน 56 ส่วนอื่นไม่สามารถจำได้  รวมถึงนายสับ วาปี  ที่ออกมารับสารภาพว่าเป็นคนขับรถชนตัวจริง คือ รถยนต์ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ไม่ใช่รถยนต์ บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถยนต์ของครูจอมทรัพย์

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ทางฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรม จะมีการนำเอาหลักฐานสำคัญ คือ รถยนต์โตโยต้าสีบรอนซ์ ทะเบียน บค 56 สกลนคร ซึ่งเป็นรถยนต์ของนางจอมทรัพย์ มาแสดง และยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการลงเดินเผชิญสืบตามขั้นตอนของกฎหมาย นอกเหนือจากการสืบพยานในบัลลังก์เท่านั้น เพื่อเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ยืนยันว่ารถยนต์ดังกล่าวไม่เคยมีการเฉี่ยวชน พร้อมได้การรับรองยืนยันการตรวจสอบของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญในการสืบพยานของผู้ร้อง  ส่วนในวันที่ 9 -10 กุมภาพันธ์ 2560 จะเป็นการสืบพยานของฝ่ายผู้คัดค้านคือ พนักงานอัยการจังหวัดนครพนมต่อไป  โดยทางตำรวจยังคงยืนยันว่าจะต้องรอขบวนการของศาลเสร็จสิ้น จึงจะมีการตรวจสอบดำเนินคดี ในส่วนเกี่ยวข้องหากพบว่ามีขบวนการรับจ้างทำผิดแทนจริง

Advertisement

ครูจอมทรัพย์

ครูจอมทรัพย์1