ตัด”สับ วาปี”ออกจาก1ใน10พยาน”ครูจอมทรัพย์”มุ่งพิสูจน์ป้ายทะเบียน ไม่สัมพันธ์สีติดจักรยาน

8.02.17 | 13:27 น.
พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีศาลจังหวัดนครพนมนัดสืบพยานนัดแรกวันนี้ ในการรื้อคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตครูโรงเรียนบ้านม่วงไข่ประชาราษฎร์สงเคราะห์ ต.ด่านม่วงคำ อ.โคกศรีสุพรรณ จ.สกลนคร จำเลยคดีขับรถชนคนเสียชีวิต ว่า สำหรับวันนี้ทางกระทรวงยุติธรรมได้นำพยานทั้งหมด 10 ปาก ไปเบิกความที่ศาลจังหวัดนครพนมในคดีของนางจอมทรัพย์ในการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาพิจารณาใหม่ พยานทั้ง 10 ปาก จะไม่มีนายสับ วาปี บุคคลที่เคยออกมายอมรับว่าเป็นเจ้าของรถและเป็นคนขับรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ ทะเบียน กค 56 มุกดาหาร ชนคนตาย

พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวต่อว่า ทางกระทรวงยุติธรรมได้มุ่งเน้นพยานทั้งหมด รวมถึงพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ารถยนต์ของนางจอมทรัพย์ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุมาเลย โดยเฉพาะหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันได้ว่ารถยนต์ของนางจอมทรัพย์ถึงแม้ว่าได้ขายต่อไปแล้ว ก็ยังไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ รวมถึงแผ่นป้ายทะเบียนความสูงของป้ายทะเบียนทั้งขอบล่างและขอบบน ไม่สัมพันธ์กับสีที่ไปติดรถจักรยานคันเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีปัญหาหรือไม่ เพราะตอนแรกบอกว่าคนที่ชนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย พอมีคนออกมายอมรับว่าเป็นผู้ต้องหาตัวจริงจะทำให้สังคมไขว้เขวหรือไม่ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ไม่ ตนอยากให้สังคมเข้าใจว่าถ้ามีกรณีอย่างนายสับเกิดขึ้น 10 ราย100 ราย จะเป็นมาตรฐานว่าจะต้องมีการรื้อฟื้นคดีใหม่หรือไม่ หรือว่าจะมีการต้องมาหาตัวผู้กระทำผิดใหม่หรือไม่ สำหรับประเด็นนี้ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่มีประจักษ์พยานเห็นว่านางจอมทรัพย์เป็นคนขับรถ และถ้าเราสามารถพิสูจน์ได้ว่ารถยนต์คันนี้ไม่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก่อน นางจอมทรัพย์ค่อนข้างจะมีน้ำหนักในการหลุดพ้นจากมลทินต่างๆ ได้

“แต่สำหรับเรื่องนายสับ ทีมงานที่ได้ทำก่อนหน้าที่จะมีการไต่สวนและให้มีการพิจารณาใหม่ ผมมาวิเคราะห์ดูแล้วในมาตรฐาน ในขั้นตอนของการทำงานของทีมงานที่ผมเคยกำกับอยู่ข้ามไปสองขั้นตอน คือ ขึ้นตอนแรกคือเรื่องของการจับเท็จ และขั้นตอนที่สองก็คือขั้นตอนที่สำคัญคือให้ผู้เสียหายไปดำเนินการฟ้องร้องนายสับในคดีอาญา ในกรณีประมาทขับเฉี่ยวชนผู้อื่นให้ถึงแก่ความตายและหลบหนี ต้องรอให้ศาลได้พิพากษาว่านายสับเป็นผู้กระทำผิดตัวจริงก่อน ถึงจะมีการยื่นรื้อฟื้น” พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าว และว่า เพราะฉะนั้น เรามองเห็นแล้วว่า ถ้าวันหน้าเกิดมีคนที่มีคุณสมบัติองค์ประกอบครบอย่างนายสับทุกอย่าง คือมารับสารภาพว่าเป็นผู้กระทำผิดทุกอย่าง มีการเจรจาจ่ายเงินค่าเสียหายให้กับญาติของผู้เสียชีวิต จะทำให้กระบวนการยุติธรรมสับสนและไขว้เขวไปได้

เมื่อถามว่า สรุปคือว่าขั้นตอนแค่พิสูจน์ว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้คนผิด ส่วนใครจะเป็นคนผิดนั้นก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พ.ต.อ.ดุษฎี กล่าวว่า ใช่ หมายถึงว่าต้องรอจนกว่าศาลพิพากษาว่านางจอมทรัพย์มีความผิดหรือไม่ ถ้ากรณีที่นางจอมทรัพย์ถูกยกฟ้องโดยที่ไม่ได้เป็นผู้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา ต้องเป็นหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฎหมาย ผู้รักษากฎหมายจะต้องตามหาตัวผู้กระทำผิดที่แท้จริง โดยเฉพาะภายในอายุความ

Advertisement