สธ.เดินหน้าลดปัญหา ‘วัยโจ๋ท้อง’ หลังสำรวจพบคลอดลูกวันละ 286 คน

8.02.17 | 15:26 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมระดับชาติ เรื่อง สุขภาวะทางเพศครั้งที่ 2 หัวข้อ เซ็กส์เปิดในวัยรุ่น : เปิดพื้นที่เพิ่มความฉลาดรู้เรื่องเพศ ซึ่งจัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และ 5 หน่วยงานหลักตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรทรวงแรงงาน และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับองค์การกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ หรือ UNFPA Unicef และเครือข่ายเยาวชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนงานสุขภาวะทางเพศของวัยรุ่น

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า ในปี 2558 มีจำนวนหญิงคลอดบุตรวัย 10-19 ปี จำนวน 104,289 คน หรือเฉลี่ยวันละ 286 คน คิดเป็นอัตราสูงถึงร้อยละ 15 ของการคลอดทั้งหมด หรือเท่ากับวัยรุ่นหญิงไทยทุก 1,000 คนจะมีวัยรุ่นหญิงที่คลอดลูก 43 คน จากปัญหาดังกล่าว จำเป็นต้องร่วมกันหาแนวทางเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2569 จะต้องลดแม่วัยรุ่นให้ได้ร้อยละ 50 ซึ่งการจะดำเนินการดังกล่าว ต้องร่วมกันทำงานทุกภาคส่วน ซึ่งไม่เพียงแค่ 5 กระทรวง แต่ยังมีกระทรวงอื่นๆ หน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องอีก ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงวัฒนธรรม รวมทั้งต้องดึงภาคี ภาคประชาสังคมมาร่วมกันทำงาน

“แม้ขณะนี้เราจะมี พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ.2559 แต่ยังไม่ได้หมายความว่า สำเร็จแล้ว ความสำเร็จคือ ต้องทำงานผ่านกฎหมายนี้ให้ได้ คือ นำมาใช้จริง โดยกรมอนามัย ถือเป็นฝ่ายเลขานุการในการเดินหน้า ประสานแต่ละหน่วยงานทำงานร่วมกัน โดยหลักคือ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดปัญหามากที่สุด สิ่งสำคัญต้องสร้างความเข้าใจ เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นว่า เขาต้องการอะไร และจะแก้ปัญหาอย่างไร แน่นอนว่า ต้องทำให้ครอบครัว พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ใหญ่ทั้งหลายตระหนักให้ได้ว่า การเปิดพื้นที่ การรับฟังเรื่องเพศ เป็นสิ่งที่ไม่ต้องอายอีกต่อไป ไม่ใช่สนับสนุนการมีเพศสัมพันธ์ แต่จะดีกว่าหรือไม่ หากให้พวกเขาได้รับรู้ว่า การป้องกันเรื่องเพศควรทำอย่างไร มีประโยชน์อย่างไร ทั้งไม่ต้องตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ในวัยเรียน และไม่เสี่ยงติดโรคทางเพศสัมพันธ์อีก เพราะยุคนี้เป็นยุคข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลฯ หากเราไม่ให้ความรู้พวกเขา พวกเขาก็สามารถไปหาได้ทางอินเตอร์เน็ตอยู่ดี” นพ.ปิยะสกล กล่าว

นพ.ปิยะสกล กล่าวว่า อยากฝากให้มีการทำงานร่วมกัน โดยกรมอนามัย ในฐานะฝ่ายเลขานุการเรื่องนี้ขอให้ติดตามการทำงานของแต่ละฝ่าย และขับเคลื่อนให้เกิดผล โดยปีนี้ถือว่าสำคัญมาก เพราะเป็นก้าวแรกของการทำงาน ต้องวางรากฐานให้ดี และควรมีการมอนิเตอร์การทำงานทุก 6 เดือนเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

IMG_7082

Advertisement