สภา กทม.ห่วงแผนลงทุน ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

8.02.17 | 17:15 น.

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นประธานประชุมสภา กทม.สมัยที่ 1 (ครั้งที่4) ประจำปี 2560 พิจารณาญัตติเรื่อง การรายงานผลการดำเนินการและขอความเห็นชอบในหลักการการดำเนินการโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่มีปัญหาอาจถูกตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเอกชน

นายชยาวุธ ศิริยุทธ์วัฒนา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในฐานะคณะกรรมการวิสามัญการจราจรและการขนส่ง กล่าวว่า รถไฟฟ้าสายสีเขียวที่กทม.ให้สัมปทานบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ให้บริการเดินรถนั้น เมื่อมีการขยายเส้นทางส่วนต่อขยายสายสีเขียวแนวเหนือ-ใต้ ควรให้มีผู้ดำเนินการรายเดียวกัน เพื่อความสะดวก ลดค่าแรกเข้า แต่มีข้อกังวล หาก กทม.เป็นผู้ดำเนินการ และมอบหมายให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของ กทม.ดำเนินการ หากเคทีดำเนินการโดยไม่ผ่านขั้นตอนการประมูลอาจเข้าข่ายเป็นการเอื้อบริษัทเอกชนหรือไม่ เนื่องจากในสัดส่วนผู้ถือหุ้นเคทีนอกจากมี กทม.ถือหุ้น ร้อยละ 99.98 ยังมีเอกชนอีก 6 บริษัท ที่ถือหุ้นในสัดส่วนที่เหลือ ดังนั้นฝ่ายบริหารต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าเข้าข่าย พ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่า จะรับข้อสังเกตของสภา กทม.ไปพิจารณาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร และว่า ข้อเท็จจริงนั้น กทม.ต้องเป็นผู้รับดำเนินการ โดยหาผู้ลงทุน ซึ่งคาดว่าจะเป็นรถไฟฟ้าบีทีเอส และว่า งบประมาณที่ต้องใช้ไม่ใช่เพียง 3,557 ล้านบาท แต่ยังมีหนี้ผูกพันตามมาอีกประมาณ 8-9 หมื่นล้านบาท ด้วย ซึ่งคาดว่าใช้เวลาประมาณ 20 ปี จึงจะเริ่มมีกำไร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป