หน้าแรก ในประเทศ ชาวบ้าน กว่า ...

ชาวบ้าน กว่า 20 ราย ร้องศูนย์ดำรงธรรม ถูกผจก.แบงก์ โกงเงินกว่า10 ล้านบ.หลอกให้กู้

8.02.17 | 17:21 น.

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก นายทองสุข ถิ่นน้ำใส ราษฎรหมู่ที่ 12 ต.แก่งโสภา อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พร้อมเพื่อนบ้านอีกกว่า 20 คน เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ช่วยเหลือหลังจากถูกผู้จัดการการธนาคารออมสิน ที่ได้ฉ้อโกงเงินของชาวบ้านในพื้นที่ อ.วังทอง ได้เงินไปหลายสิบล้านบาท โดยพฤติกรรมนายมงคล ได้ แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอวังทองยื่นคำขอกู้ยืมเงินจากธนาคารออมสิน สาขาวังทอง โดยเสนอว่า ถ้าหากอยากได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน จะต้องแบ่งเงินจำนวนกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมให้กับนายมงคล อาทิ ถ้ายืมเงินแสนหนึ่ง ก็ให้ทำเรื่องกู้ 2 แสนบาท โดยใช้ชื่อของชาวบ้านผู้กู้ โดยนายมงคลรับปากว่าจะใช้ในส่วนที่ตนเองกู้ ประกอบกับนายมงคล ได้เสนออยากให้ชาวบ้านได้รับเงินมาเพื่อใช้จ่ายดำรงชีพ อีกด้วย ชาวบ้านก็ต่างก็หลงเชื่อ ต่างทำเรื่องกู้กันจำนวนมาก ในพื้นที่หมู่ 12 ต.แก่งโสภา มีชาวบ้านทำเรื่องกู้เงิน กว่า 4 ล้านบาท แต่เมื่อถึงเวลาชดใช้เงินคืนธนาคารนั้น ส่วนของชาวบ้านก็ได้คืนให้กับธนาคารจนหมด แต่ในส่วนของนายมงคล ผู้จัดการธนาคารกลับไม่ยอมจ่ายชดใช้ตามที่รับปากไว้


เมื่อชาวบ้านไปทวงถามนายมงคล ในตอนแรกก็บอกจะชดใช้เอง แต่ระยะเวลาล่วงเลยไปปรากฏว่านายมงคล ได้หลบหนีไปแล้ว จึงได้รวมตัวไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วังทอง นอกจากนี้ยังสอบถามชาวบ้านในพื้นที่อำเภอวังทอง ก็พบว่าถูกนายมงคล โกงเงินชาวบ้านในลักษณะดังกล่าว จำนวนกว่า 100 ราย ได้เงินไปกว่า 40 ล้านบาท ตนจึงได้ตัดสินใจชักชวนเพื่อนบ้านที่เสียหาย มาร้องขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เข้ามาช่วยเหลือ

หลังจากนั้นนายธัชชัย สีสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มารับเรื่องดังกล่าวกับชาวบ้านดังกล่าว พร้อมกับจะนำเรื่องเสนอต่อนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อประสานไปยังธนาคารออมสิน สาขาใหญ่ที่กรุงเทพ เพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนดังกล่าว เบื้องต้นมีชาวบ้าน อ.วังทอง มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมพิษณุโลก ไว้จำนวนหนึ่งเช่นกัน แต่ก็เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนต่อไปโดยจากการตรวจสอบเป็นความผิดฐานฉ้อโกง ประชาชน