หนุ่มร้อง ถูกมิจฉาชีพหลอกส่งนาฬิกาหรู 4 แสน ตร.จับคนร้ายได้ แต่ไม่อายัด สุดท้ายไม่ได้คืน

11.05.24 | 15:23 น.

ผู้เสียหายร้องสายไหมต้องรอด หลังถูกมิจฉาชีพหลอกส่งนาฬิกาหรูราคาเกือบ 400,000 บาท โดยตำรวจจับคนร้ายได้แล้ว แต่นาฬิกาไม่ได้คืน เพราะตำรวจไม่ได้อายัดเป็นของกลาง


เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ศูนย์ประสานงาน เพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 เขตสายไหม กรุงเทพฯ ผู้เสียหายร้องเข้าร้องเพจสายไหมต้องรอดหลัง ถูกมิจฉาชีพหลอกซื้อนาฬิกาหรู ทำทีให้ส่งสินค้าทางไปรษณีย์ ออกอุบายให้ส่งเลขพัสดุมาให้ดูก่อนเพื่อจะทำการโอนเงิน สุดท้ายแอบให้ไรเดอร์เข้ามารับของไป โดยที่ไม่ยอมโอนเงิน ทราบภายหลังมิจฉาชีพใช้วิธีการแบบนี้หลอกเหยื่อจำนวนมาก

โดย นายสมภพ ลวะวิบูลย์ ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตนได้โพสต์ขายนาฬิกายี่ห้อหรู จนเดือนเมษายนมิจฉาชีพได้โทรศัพท์มาหา และแสดงตัวว่าสนใจอยากจะซื้อนาฬิกาหรูในราคาเกือบ 400,000 กว่าบาท โดยมิจฉาชีพได้ขอให้ตนไปใช้ขนส่งเอกชนแห่งหนึ่ง โดยมีจุดหมายปลายทางให้ไปส่งที่จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอ้างว่าในพื้นที่นี้ถ้าใช้ขนส่งนี้จะสะดวกมากกว่า โดยตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร ต่อมามิจฉาชีพได้ให้ตนส่งหมายเลขพัสดุไปให้ พร้อมกับขอให้ตนเดินออกมาจากบริษัทขนส่งซึ่งให้เหตุผลว่าหากตนอยู่ข้างในเดี๋ยวมีพนักงานในบริษัทขนส่ง สอบถามเกี่ยวของที่ได้มีการจัดส่งซึ่งมีมูลค่ามากจะเกิดการลักทรัพย์เกิดขึ้น เพื่อตัดปัญหาดังกล่าวตนจึงออกมารอข้างนอกในรถของตัวเอง

ซึ่งตนก็นั่งรออยู่นาน แต่ก็ยังไม่พบว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชี จึงได้ไปสอบถามกับพนักงานขนส่งก็ได้ข้อมูลมาว่า มีไรเดอร์มาติดต่อให้ยกเลิกการขนส่ง และอ้างว่าลูกค้าจะให้ไรเดอร์เป็นคนไปส่งเอง พนักงานจึงมอบพัสดุให้ไรเดอร์ไป ทำให้ตนแปลกใจว่าทำไมพนักงานถึงทำแบบนั้น ทั้งๆ ที่ใบเสร็จอยู่ที่ตน

Advertisement

จากนั้นจึงได้มีการไปแจ้งความไว้ที่ สน.หลักสอง ซึ่งล่าสุดเมื่อประมาณ 3 วันทีผ่านมา (8 พฤษภาคม) ตำรวจ สน.ท่าข้าม สามารถจับมิจฉาชีพได้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการอายัดตัวในแต่ละท้องที่ แต่ปรากฏว่านาฬิกาของตนนั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้อายัดไว้เป็นของกลาง ซึ่งตนทราบมาว่า มิจฉาชีพได้ไปขายให้ร้านค้านาฬิกาแห่งหนึ่งไปแล้ว ซึ่งตนก็ได้สอบถามร้านค้าดังกล่าว โดยร้านค้าบอกว่า ให้เอาเงินมาจ่ายเพื่อไถ่ของคืนไป

ด้าน นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า หลังจากนี้จะประสานไปยังตำรวจ สน.หลักสอง เพื่อให้ติดตามนาฬิกาของผู้เสียหาย รวมทั้งให้ตรวจสอบไรเดอร์และพนักงานของบริษัทขนส่งว่าเป็นผู้ร่วมขบวนการหรือไม่

ขณะที่ทาง พ.ต.อ.ไตรเทพ แพทย์รัตน์ ผกก.สน.หลักสอง เปิดเผยว่า สาเหตุที่ไม่มีการดำเนินการอายัดนาฬิกาเรือนดังกล่าว เป็นเพราะร้านนาฬิการับซื้อโดยที่ไม่ทราบว่าเป็นของผิดกฎหมาย ดังนั้นร้านนาฬิกาจึงไม่มีความผิดฐานรับของโจรและเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริต เช่นเดียวกับผู้ที่ซื้อนาฬิกาต่อจากร้านนาฬิกา ก็ถือว่าเป็นผู้ครอบครองโดยสุจริตเช่นเดียวกัน ทางพนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจที่จะไปอายัดนาฬิกาดังกล่าวได้ แต่ก่อนหน้านี้ ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งให้ทางร้านนาฬิกานำนาฬิกาเรือนดังกล่าวมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนแล้ว แต่หลังจากนี้จะให้ทางร้านนาฬิกาเข้ามาชี้แจงว่า เพราะเหตุใดถึงไม่นำนาฬิกามาส่งมอบแก่ตำรวจ

ส่วนผู้เสียหาย หากต้องการนาฬิกาคืนนั้น ให้ดำเนินการซื้อคืนจากผู้ที่ซื้อและครอบครองโดยสุจริต ด้วยวิธีทางแพ่ง ทางพนักงานสอบสวนมีอำนาจเฉพาะในทางคดีอาญาเท่านั้น

ในส่วนความคืบหน้าของคดีอาญา ขณะนี้เตรียมที่จะออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม เพราะเนื่องจากพบว่าขบวนการนี้มีลักษณะของการก่อเหตุหลายครั้งในหลายพื้นที่ ส่วนพนักงานของบริษัทขนส่งนั้น จากการสอบปากคำเบื้องต้น อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว แต่ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ จะต้องมีการสอบปากคำพนักงานของบริษัทขนส่งอย่างละเอียดอีกครั้ง