หมอธีระวัฒน์ ชวนจับตา ‘โครงการรักษามะเร็ง’จุฬา แถลง 15 พ.ค.นี้ เหตุขอเงินบริจาคปชช. 5 ปี แต่ไม่เคยแจ้งคืบหน้า

13.05.24 | 15:51 น.

หมอธีระวัฒน์ ชวนจับตางานแถลงข่าวจุฬาฯ โครงการรักษามะเร็ง 15 พ.ค. หลังรับเงินบริจาค 5-6 ปีแต่ไม่เคยแจ้งคืบหน้า หวั่นซ้ำรอยโควิดจุฬาฯ ที่ยกเลิก พ.ค.67 ใช้งบเกือบ 1,000 ล้านบาท จี้ชี้แจง chula Covi-trap ได้เงินบริจาคด้วยหรือไม่

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้เชี่ยวชาญทางอายุรกรรมและผู้เชี่ยวชาญทางระบบประสาท แคปความเห็นโครงการรักษามะเร็งมาแชร์ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว

โดยแคปที่ศ.นพ.ธีระวัฒน์ แชร์มา ระบุว่า มีอาจารย์ปูชนียบุคคลทางวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยที่ไม่ใช่จุฬาฯ ส่งข่าวมาว่าอยากให้ตรวจสอบโครงการที่ทำ Crowdfunding ขอบริจาคจากประชาชนเพื่อหา PD1/PDL1 monoclonal Ab รักษามะเร็ง ที่ประชาสัมพันธ์ให้คนบริจาคตั้งแต่ 4 ธันวาคม 2018 และจนถึงปัจจุบัน 2024 ซึ่งได้รับบริจาคเงินหลายร้อยล้าน ยังไม่มีรายงานความก้าวหน้า ขณะเดียวกันจะจับมือกับองค์การเภสัชกรรมเพื่อทำโครงการต่อ ขณะที่ได้เงินบริจาคน่าจะหลายร้อยล้านแต่ไม่มีใครตรวจสอบ ทั้งนี้จะมีการประกาศความร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรมในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ

แคปที่ศ.นพ.ธีระวัฒน์ แชร์มายังระบุด้วยว่า “ผมเคยพูดไว้แล้วว่าจุฬาขอบริจาคแบบ aggressive มากๆ ทำให้คนที่ไม่บริจาคเหมือนกับทำผิด และยังบอกไว้ด้วยว่าถ้าไม่สำเร็จ จะทำให้สังคมไม่เชื่อถือนักวิจัยต่อไป”

Advertisement

โดยศ.นพ.ธีระวัฒน์ แคปความเห็นดังกล่าวมาแชร์ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว “ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha” พร้อมเขียนข้อความระบุว่า จะมีการแถลงข่าวประชาสัมพันธ์โครงการรักษามะเร็งวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 โดยร่วมทุนกับองค์การเภสัชกรรม ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องสนใจเพราะมีการรับบริจาคมา 5-6 ปีแล้ว และความคืบหน้าเป็นอย่างไร

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ระบุด้วยว่า การพัฒนาเป็นการก๊อปปี้แบบเดียวกับที่ทำวัคซีนโควิดโดยก๊อปจากไฟเซอร์และวัคซีนโควิดของจุฬาได้ประกาศเลิกทำแล้วในเดือนพฤษภาคม 2567 นี้ ใช้เงินไปเกือบ 1,000 ล้านบาท

และยังมีเรื่องยาพ่นจมูก chula Covi-trap ซึ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์ มากมาย โดยทำจากแอนติบอดีที่เฉพาะเจาะจงกับสายพันธุ์ โดยที่โควิดเปลี่ยนสายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ลักษณะดังกล่าวได้รับเงินทุนบริจาคหรือไม่ อย่างไร และได้ผลเพียงใดเมื่อเทียบกับยาพ่นจมูกแบบปกติ ที่ขายอยู่หลายยี่ห้อ ที่กันไม่ให้เชื้อโรคเกาะติดที่ผนังจมูกและลำคอเท่านั้น และราคาถูกกว่าโดยไม่ได้ขอบริจาคจากประชาชน

ต้องมีกรรมการภายนอกตรวจสอบทั้งทางวิชาการ การใช้เงิน มีใครที่ได้รับเงินไปบ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จุฬาฯ ได้ส่งกำหนดการเชิญชวนสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “แพทย์จุฬาฯ” จับมือ “องค์การเภสัชกรรม” ผลักดันการพัฒนายาแอนติบอดีภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง

เพื่อร่วมกัน วิจัย พัฒนา ผลิต จำหน่าย ยาแอนติบอดีภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง และจะร่วมกันสนับสนุน ผลักดัน เพื่อให้เกิดการสร้างหลักประกัน ด้านสุขภาพต่อการเข้าถึงยาชีววัตถุตัวนี้ให้กับผู้ป่วย มะเร็งชาวไทยทุกคน

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม เวลา 13.30 – 14.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 17 อาคาร ส.ธ. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

โดยได้รับเกียรติจาก
– ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดี จุฬาฯ
– พญ.มิ่งขวัญ สุพรรณพงศ์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม
– รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ
– นพ.ไตรรักษ์ พิสิษฐ์กุล หัวหน้ากลุ่มวิจัยพัฒนาแอนติบอดีเพื่อการรักษามะเร็ง ศูนย์ความเป็นเลิศด้านภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ