วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย หลังจากที่ได้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักอนุรักษ์ในการคัดค้านการระเบิดเกาะแก่งหินในแม่น้ำโขง เพื่อเปิดทางให้เรือเดินสินค้าขนาดใหญ่จากจีนสามารถผ่านไปได้ ซึ่งทางฝ่ายนักอนุรักษ์เป็นห่วงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรณ์ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงวิถีชีวิตของชุมชน 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ที่อาจจะเปลี่ยนไป ทำให้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสดงจุดยืน ทางภาคเอกชนในพื้นที่เองก็ได้กังวลเกี่ยวกับผลกระทบอื่นๆ ที่จะตามมา โดยนายธนิสร กระฏุมพร ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่อำเภอเชียงของ หอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การระเบิดแก่งหินในแม่น้ำโขง หากเกิดขึ้นจริงผลกระทบไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับธรรมชาติเท่านั้น อย่างแรกที่จะเกิดขึ้นก็คือกระแสน้ำที่แรงขึ้นส่งผลทำให้ตลิ่งของ 2 ฝั่งแม่น้ำโขงถูกทำลายไป ความสวยงามของแม่น้ำโขงก็จะหายไปด้วย
“แม่น้ำโขงก็เปรียบเสมือนกับดอกไม้ที่มีกิ่ง ก้าน ใบ และดอก เมื่อมารวมกันก็จะกลายเป็นดอกไม้ แม่น้ำโขงก็เช่นเดียวกัน หากไม่มี หิน แก่ง หาดทราย พันธุ์ปลา ก็ไม่ใช่แม่น้ำโขง มันก็จะกลายเป็นคลอง หรือทะเลสาบ ทั่วไป หากมีการระเบิดแก่งหินจริง รัฐบาลจะต้องเสียงบประมาณไปกับการซ่อมแซมตลิ่ง เป็นระยะทางที่ยาว และมีมูลค่าสูง นอกจากนี้ ความสวยงามของแม่น้ำโขงก็จะหายไป การท่องเที่ยวแม่น้ำโขงที่เป็นรายได้หลักของชาวเชียงของก็จะหายไปเช่นกัน” นายธนิสรกล่าว
นายธนิสรกล่าวว่า ในอดีตเรามีหาดทรายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้มาเล่นสาดน้ำกันริมแม่น้ำโขง มีเทศกาลจับปลาบึก และประเพณีต่างๆ เกี่ยวกับแม่น้ำโขงที่เป็นเอกลักษณ์ของ อ.เชียงของ แต่หากระเบิดแก่งหินออกไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็จะหายไปด้วย การเป็นเมืองท่องเที่ยวของเชียงของก็จะหายไป โดยส่วนตัวอยากให้ทางภาครัฐพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วมากกว่า เช่น การขนส่งในเส้นทาง R3A ที่มีอยู่แล้วยังไม่สามารถพัฒนาให้สามารถดำเนินการได้เต็มที่ อีกอย่างก็คือการขนส่งทางรถไฟ ซึ่งอาจจะพัฒนาเป็นรถไฟรางคู่ เพื่อขนส่งสินค้าทางนี้ ซึ่งการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะไม่ต่้องลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล และยังไม่ทำให้เกิดผลกระทบทั้งทางธรรมชาติ วิถีชีวิต และเศรษฐกิจของ อ.เชียงของ

