ชัยนาทฝนตกหนัก ต่อชีวิตเกษตรกร แต่สถานการณ์เขื่อนเจ้าพระยายังน่าห่วง
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ชัยนาท ในพื้นที่ จ.ชัยนาท มีฝนตกหนักครั้งแรกในรอบหลายเดือน ทำให้แปลงเกษตรได้รับน้ำกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นาข้าวทั่วไปน้ำเจิ่งนอง ช่วยต่อชีวิตต้นข้าวที่ก่อนหน้านี้เหี่ยวเฉาจนเกือบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ไร่อ้อยในพื้นที่ ต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ เองก่อนเริ่มมีความหวัง เพราะอ้อยที่ปลูกไว้เริ่มฟื้นสภาพทำให้เกษตรกรมีความหวังว่าจะไม่เสียหายไปมากกว่านี้ จากภัยแล้งที่ยาวนานมากว่าครึ่งปี
ขณะที่สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุด ได้คงการระบายน้ำไว้ที่ 100 ลบ.ม./วินาที (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เพื่อผลักดันน้ำเค็มปากแม่น้ำ รักษาระบบนิเวศลำน้ำ แต่ยังคงเน้นสงวนน้ำไว้เพื่อการอุปโภค-บริโภค และบรรเทาปัญหาภัยแล้ง

ขณะที่ปริมาณน้ำเหนือเริ่มมีปริมาณที่คงตัวต่อเนื่อง โดยที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ลงมาที่เขื่อนเจ้าพระยา ล่าสุด วัดได้ 339 ลบ.ม./วินาที ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนลดระดับลงเล็กน้อย ล่าสุด วัดได้ 14.19 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานกักเก็บ 16.50 ม.รทก. เข้าสู่วันที่ 168 (ล่าสุด ที่ระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์คือ 28 พ.ย.66) หรือเข้าสู่เดือนที่ 6 ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวต่อเนื่องอยู่ที่ 5.81 ม.รทก.
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ขณะเดียวกันกรมชลประทานได้เน้นการผันน้ำเข้าทุ่ง ทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งน้ำเข้าพื้นที่เพื่อการอุปโภคบริโภค และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวม 185 ลบ.ม./วินาที โดย
- ฝั่งตะวันออก ผันน้ำผ่านคลองชัยนาทป่าสัก คลองช่องแค และคลองมหาราช รวม 79 ลบ.ม./วินาที
- ฝั่งตะวันตก ผันน้ำผ่านคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำน้อย รวม 106 ลบ.ม./วินาที
ซึ่งจากสถานการณ์น้ำล่าสุด ทางราชการจึงย้ำขอความร่วมมือเกษตรกร ขอให้งดการทำนาต่อเนื่อง ถ้าจะทำการเพาะปลูกขอให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ประชาชนทั่วไปขอให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะประเทศไทยยังจะต้องเผชิญกับสภาวะปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าเกณฑ์ จากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญไปจนถึงเดือนมิถุนายน


