เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา นายริชาร์ด รอช ตัวแทนผู้เสียหายการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสากล และนายพรโรจน์ เก็งวินิจ ตัวแทนผู้เสียหายภายในประเทศไทย ร่วมกันแถลงผลตรวจค้นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ในโกดังและร้านค้า 9 จุด ในตลาดโรงเกลือมาร์เก็ต ย่านนวนคร จ.พระนครศรีอยุธยา มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า สั่งการให้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอเข้าตรวจค้นจับกุมโกดังสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 4 แห่งของ น.ส.อารีย์ แซ่ตั้ง หรือเจ้ไก่ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สามารถยึดสินค้าได้หลายรายการ ความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท พร้อมเอาผิดคดีฟอกเงินต่อไป รวมทั้งขยายผลตรวจค้นตลาดโรงเกลือมาร์เก็ตย่านนวนครเพิ่มเติมด้วย ลักษณะในบริเวณตลาดดังกล่าวมีรูปแบบกระทำความผิดคล้ายกับตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้ค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากประเทศเพื่อนบ้าน นำเข้าสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และกระจายสินค้าเข้าสู่กรุงเทพฯและพื้นที่อื่นทั่วประเทศ ทั้งในลักษณะการวางจำหน่ายหน้าร้าน และการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการหลอกลวงผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าของแท้ มีการเก็บสินค้าไว้ในห้องลับหลังร้านค้าและโกดังภายในบริเวณที่เกิดเหตุ ดีเอสไอจึงเข้าตรวจค้นเพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นพื้นที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสูงและเป็นการปราบปรามผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวกัมพูชา 4 คน ฐานความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า ส่วนผู้ต้องหาและผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ จะติดตามมาดำเนินคดีต่อไป

“นอกจากนี้ ตั้งแต่กันยายน 2559 เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 12 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 48 ล้านบาท และเมื่อรวมกับคดีดังกล่าวข้างต้นจนถึงปัจจุบัน ดีเอสไอตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 21 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 78 ล้านบาท” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ด้าน พ.อ.พินิจเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญาและสำนักปฏิบัติการพิเศษดีเอสไอนำหมายค้นจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นโกดังและร้านค้า 9 จุดในตลาดโรงเกลือมาร์เก็ต ย่านนวนคร พบของกลางจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นกว่า 35,000 ชิ้น และพบว่าไม่มีการต่อต้านจากพ่อค้าแม่ค้าบริเวณดังกล่าวแต่อย่างใด ส่วนผลการตรวจค้นพบรองเท้าละเมิดเครื่องหมายการค้าหลายยี่ห้อ เช่น ไนกี้, อาดิดาส, โอนิซึกะ ไทเกอร์, ฟิตฟอบ และแวน นอกจากนี้ ยังมีกระเป๋าและเข็มขัดแบรนด์เนมกว่า 35,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 30 ล้านบาท

นายริชาร์ดกล่าวว่า ผลงานครั้งนี้ต้องชมเชยเนื่องจากมีการวางแผน ประสานงาน และสืบสวน กระทั่งสามารถจับกุมโกดังละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าจำนวนมากได้ การปฏิบัติงานของดีเอสไอนับเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียนและเตรียมรายงานไปยังหน่วยงานในทวีปยุโรปและอเมริกาให้รับทราบต่อไป

ขณะที่นายพรโรจน์กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนสามารถปราบปรามป้องกันแหล่งลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ถือว่าประสบความสำเร็จในการยับยั้งความเสียหายได้เป็นอย่างดีและดำเนินการค่อนข้างจริงจัง

