ราชทัณฑ์ โอดสื่อถามลึก แถลง ‘บุ้ง ทะลุวัง’ เหมือนโดนสอบสวน สื่อแจงจำเป็นต้องถาม
จากกรณี น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ผู้ต้องขังคดีทางการเมือง เสียชีวิตเมื่อเวลา 11.22 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม หลังหัวใจหยุดเต้น หมอปั๊มหัวใจ เร่งนำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ โดยถูกคุมขังเป็นเวลา 110 วัน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม ที่ชั้น 2 กรมราชทัณฑ์ จ.นนทบุรี กรมราชทัณฑ์ แถลงข่าวกรณี น.ส.เนติพร หรือ บุ้ง ทะลุวัง ได้เสียชีวิตในขณะอยู่ภายใต้การควบคุมของกรมราชทัณฑ์ โดยมี นพ.สมภพ สังคุตแก้ว หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรม นางอาจารี ศรีสุนาครัว ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง และ นพ.พงศ์ภัค อารียาภินันท์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เข้าร่วม
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ นพ.พงศ์ภัค ผู้อำนวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กล่าวถึงนาทีเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร ว่า น้องทานตะวันเขาเล่าว่า น้องตื่นมาเห็นพี่บุ้งเขาเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วพี่บุ้งเลยถามน้องว่า ยังปวดท้องอยู่หรือเปล่า หมายถึงว่าคุยกันก่อนที่ทั้งคู่จะนอนต่อ เป็นช่วงเวลาก่อนที่บุ้งจะเสียชีวิต กล่าวคือก่อนหน้านั้น บุ้งยังเดินได้ตามปกติ และทั้งบุ้งและทานตะวันนอนเตียงเดียวกัน เป็นความประสงค์ของทั้งคู่ ซึ่งต้องเรียนว่าทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการให้คำแนะนำตลอด
อย่างในวันเกิดเหตุ อสรจ. (อาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ) วัดความดันปกติตามปกติ บุ้งก็คุยด้วย และยกแขนได้ เสร็จแล้ว ผ่านไปสัก 1-2 นาที ก็กระตุกขึ้นมาแล้วแน่นิ่งเสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นทานตะวันนอนหลับอยู่ ซึ่งทุกอย่างมีกล้องวงจรปิดบันทึกไว้
พร้อมระบุว่า ตนเห็นจากกล้องแค่ตรงนั้น แต่นอกจากนั้นมีเอกสารบันทึกไว้ตลอด ว่ามีการช่วยชีวิตทันที ในเอกสารบันทึกไว้ว่าที่เตียงยังมีชีพจรอ่อนอยู่ ก่อนจะช่วยกันพยุงลงไปในห้องที่เหมาะสม และมีการฉีดยากระตุ้นหัวใจโดยพยาบาล ณ โรงพยาบาล
ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่ามีหลักฐานไหม นพ.พงศ์ภัคตอบว่า อันนี้ไม่ได้ดูต่อเนื่อง เพราะว่ากล้องวงจรปิดมีแค่ตรงนั้น ส่วนที่ว่าพยุงลงไปยังไง ด้วยเปล ผ่านลิฟต์หรือว่าลงบันได นพ.พงศ์ภัคไม่ได้ตอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว ณ จุดนี้ นพ.สมภพได้แถลงต่างจาก นพ.พงศ์ภัค โดยระบุว่าขณะเกิดเหตุ น.ส.เนติพร วูบนั้น น.ส.ทานตะวันไม่ได้หลับ แต่รับการตรวจความดันพร้อมกัน จึงเกิดความสับสนในกลุ่มผู้สื่อข่าว ได้ยิงคำถามอย่างเนื่อง
ต่อมา นพ.สมภพได้กล่าวว่า ขั้นตอนเคลื่อนย้ายต่างๆ อาจจะให้ ท่าน ผอ.ตอบไม่ได้ เพราะเป็นดุลยพินิจของผู้ดูแลตรงนั้น แต่ขอยืนยันว่าทำตามระบบของการช่วยชีวิต ทั้งนี้ ความสับสนที่เกิดขึ้น เพราะคำถามที่ถามมาเป็นการลงรายละเอียดลึกจนเกินไป จะต้องให้การรักษาจากไหนไปไหน ฉีดอะดรีนาลีนโดยใคร เป็นคำถามที่ลงลึกจนเกินไป
อย่างไรก็ตาม นพ.สมภพ กล่าวถึงกรณี น.ส.ทานตะวัน ซึ่งถูกคุมขังอยู่ และมีเจตจำนงอดอาหารเหมือนกันนั้น ขณะนี้ ร่างกายดีขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีอาการอ่อนเพลียบ้าง แต่การเดินก็ยังแข็งแรง เพราะว่าทานอะไรได้เยอะขึ้น ซึ่งก็ต้องรอให้ร่างกายได้ปรับตัว และตอนนี้ผู้ต้องขังที่อยู่ใน รพ.ราชทัณฑ์ มี น้องทานตะวัน น้องแฟรงค์ ตอนนี้อาการของทั้ง 2 ก็แข็งแรงดี ปกติดี เมื่อเช้านี้ผมก็ยังไปพบอยู่ น้องทานตะวันค่อนข้างจะมีอาการเครียดเพราะนอนด้วยกันกับน้องบุ้งมาตลอด ตรงนี้เราก็ส่งจิตแพทย์เข้าไปพูดคุยกับน้องในแนวทางตรงนี้ และทาง รพ.ราชทัณฑ์ ก็ประสาน รพ.ธรรมศาสตร์ เพราะมีเรื่องของภาวะซึมเศร้าเข้ามาด้วย น้องค่อนข้างที่จะคิดมาก ก็เป็นห่วงตรงนี้
ส่วนเรื่องอาหารการกินหรือร่างกายก็ดีขึ้นตามลำดับ แฟรงค์ก็เดินไปตามปกติ ซึ่งตอนนี้ ทั้ง 2 คน หันกลับมาทานอาหารแล้ว แต่ของทานตะวันยังทานได้ไม่เยอะ ค่อยๆ ปรับ แนะนำให้บำรุงร่างกาย
สำหรับ มาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย นพ.สมภพกล่าวว่า เราก็มีการส่งนักจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยเต็มที่แล้ว ว่าอย่าไปทำ ไม่ใช่วิถีทาง แต่ถ้าเขายังยืนยันจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ร่างกายไม่ไหวแล้ว เราจะทำยังไง ก็คือส่งให้ รพ.รักษา หรืออะไรแค่นั้น ส่วนจะให้เขาเปลี่ยนใจค่อนข้างยาก และถ้าเกิดร่างกายถึงจุดจุดหนึ่งที่ไม่สามารถดูแลได้แล้ว มันก็ยาก ต่อให้แพทย์เทวดาก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
“กรมราชทัณฑ์เราโปร่งใสจริงๆ จะไม่ให้มีการเคลือบแคลง แต่คำถามเป็นการใช้คำถามที่สอบสวน ทางเราก็ยืนยันว่าสิ่งที่เราปฏิบัติถูกต้องตามหลักการรักษา และจรรยาบรรณทางการแพทย์” นพ.สมภพกล่าว
จากนั้น ผู้สื่อข่าวก็ได้ชี้แจงว่าเป็นสิทธิที่สามารถถามได้ เพราะสังคมให้ความสนใจ การตอบที่ไม่ตรงกันอาจทำให้เกิดความสับสนขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มีผู้สื่อข่าวจากหลายสำนักในไทย ตลอดจนสื่อต่างประเทศ เข้าร่วมงานแถลงข่าว ทว่าระหว่างที่แถลงข่าวอยู่นั้นไมค์ได้เกิดดับลงชั่วครู่ ทำให้การแถลงข่าวยืดเยื้อไปหลายนาที

