วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ที่โรงแรมเอบิน่าเฮ้าส์ นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค (คร.) แถลงข่าว “ผลการเฝ้าระวังธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการควบคุมการใช้กฎหมายควบคุม ปี 2559” ในเวทีเสวนา “9 ปี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับสังคมไทย” จัดโดยสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า ร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจแอลกอฮอล์ และเครือข่ายรณรงค์ป้องกันแอลกอฮอล์ว่า ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันที่ประเทศไทยมี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ครบรอบ 9 ปี พ.ร.บ.มุ่งเน้นในการควบคุม 2 ประเด็นหลักๆ คือ 1.ควบคุมการสร้างแรงจูงใจ การโฆษณา 2.ควบคุมการเข้าถึงทางกายภาพ เช่น บุคคล วันเวลา สถานที่จำหน่าย ซึ่งเมื่อเทียบตอนที่มี พ.ร.บ.กับอดีต ถือว่ามีภาพรวมที่ดีขึ้น แม้อัตราการดื่มลดลงเล็กน้อย
“อุปสรรคของกฎหมายคือทัศนคติของคนไทยที่ยังเห็นการดื่มเป็นเรื่องปกติอยู่ และการปรับเปลี่ยนวิธีโฆษณาจากผู้ผลิตที่มุ่งต่อทัศนคติของเยาวชนโดยตรง และร้านค้ารายย่อยยังขาดความรู้ความเข้าใจในตัวกฎหมาย ทำให้ฝ่าฝืนอยู่ อีกทั้งแม้ว่าไม่ให้ใช้ชื่อเสียงในการทำการโฆษณา แต่ก็ยังเห็นว่าดารา นักแสดง ยังมีบทบาทในการโฆษณาแอบแฝงอยู่ เช่น มีการโพสต์รูปตัวเองผ่านโซเชียลคู่กับสินค้า ซึ่งจุดนี้เห็นว่าดาราก็ยังมีความสำคัญที่ทำให้สินค้าน่าสนใจ เห็นได้จากช่วงที่มีกระแสนั้น มี พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นเวลา 6-7 ปี แต่ไม่ค่อยมีคนรู้ และสื่อก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก แต่เมื่อดาราโพสต์เช่นนั้น สื่อต่างๆ กลับมีการกระพือข่าวเป็นอาทิตย์ ทำให้ตัว พ.ร.บ.เป็นที่รู้จัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดาราที่มีการโพสต์ดังกล่าวที่ถูกเรียกตัวให้มารายงานตัวก็ยังมาไม่ครบ แต่ไม่ห่วง คดีมีอายุความอย่างน้อย 5 ปี ดังนั้น คนที่ทำผิดจะถูกดำเนินการอย่างแน่นอน” นพ.สมานกล่าว
นพ.สมานกล่าวอีกว่า ซึ่งทิศทางในอนาคต หากต้องการให้การควบคุมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องเพิ่มวันห้ามจำหน่าย เพิ่มสถานที่ห้ามดื่มห้ามขาย รวมถึงลักษณะการขายที่เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย เช่น การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในลักษณะหรือวิธีการขายตรงต่อผู้บริโภค หรือการขายด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่สามารถควบคุมอายุผู้ซื้อได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีผลกระทบควรมีการรวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจเห็นผลกระทบที่จะลงไปถึงเยาวชนรุ่นต่อไป รวมไปถึงผลกระทบในแง่บวกที่มักมองในแง่ของรายได้ทางเศรษฐกิจ
