วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 ที่บริเวณลำคลองสะพาน “คลองแดง” เขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช นายมนัส พงศ์ยี่หล้า รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้นำทีมบุคลากรเจ้าหน้าที่จากกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเทศบาลนครนครศรีธรรมราชกว่า 30 คน เร่งระดมเก็บกวาดสิ่งปฏิกูลที่ลอยมากับน้ำภายในบริเวณลำคลองภายหลังน้ำลด ทำให้มีขยะที่ลอยมากับน้ำเป็นจำนวนมากติดอยู่ อีกทั้งทำให้เสียทัศนียภาพสำหรับผู้ที่ผ่านไปผ่านมา
นายมนัสกล่าวว่า ช่วงขณะที่เกิดน้ำท่วม ปริมาณขยะจากหลายพื้นที่ได้ไหลมากับน้ำเป็นจำนวนมากมายมหาศาล ซึ่งหลังน้ำลดจะปรากฏให้เห็นเด่นชัด โดยเฉพาะตามลำคลองสายต่างๆ โดยขยะเหล่านี้จะต้องเร่งกำจัดออกไปโดยเร็วที่สุด เนื่องจากจะทำให้เป็นปัญหาต่อการเข้าไปอุดตันภายในท่อระบายน้ำ ขวางทางน้ำ ส่งผลให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก อีกทั้งยังทำให้พื้นที่นั้นๆ เกิดทัศนียภาพที่ไม่เหมาะสม สำหรับขยะที่พบเห็นส่วนใหญ่ล้วนแล้วจะเป็นถุงพลาสติก โฟม เศษผ้า เฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านที่พังเสียหายแล้ว หรือแม้แต่เศษไม้ สิ่งปฏิกูลต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายตามธรรมชาติเองได้ จึงต้องมีการเร่งเก็บกู้นำไปกำจัดให้ถูกวิธี ประกอบกับช่วงนี้เทศบาลนครนครศรีธรรมราชกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการกำจัดขยะอยู่
ด้าน ผศ.เชาวน์วัศ เสนพงศ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครนครศรีธรรมราช กล่าวในที่ประชุมคณะทำงานการจัดการแก้ไขปัญหาขยะ ภายหลังบินด่วนกลับมาจากการศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกลับก่อนกำหนดวันที่ 4-12 กุมภาพันธ์ 2560 เนื่องจากต้องเดินทางมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ในที่ประชุมได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานทำงานกันอย่างเต็มที่ สำหรับการแก้ไขปัญหาขยะซึ่งขณะนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจต่อสังคมเป็นอย่างมาก วันนี้ขยะได้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหลังน้ำลด จากเดิมวันละ 250 ตัน เป็น 500 ตัน เทศบาลต้องแบกรับภาระมากมาย โดยเฉพาะขยะจากนอกพื้นที่เขตทั้ง 58 แห่ง มากองรวมกันในที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นปัญหาสะสมมานาน

“การจัดการแก้ไขในขั้นตอนต่อไป จะทำการเพิ่มอัตราค่าบริการการจัดเก็บขยะสำหรับครัวเรือน รวมไปถึงขยะที่มาจากพื้นที่นอกเขต และสำหรับแนวทาง 3 ข้อ ที่นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบไว้ในที่ประชุมคณะทำงานด้านการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชน “จังหวัดสะอาด” ระดับจังหวัดครั้งที่ 1/2560 วานนี้ พุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 นอกเหนือจากการทำคันดินเพื่อกั้นน้ำเสียแล้ว ให้ดำเนินการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามระเบียบสำนักนายกฯ ภายใน 90 วัน เพื่อหาทางออกร่วมกัน ให้ทำการติดตั้งกล้อง cctv กล้องวงจรปิดบริเวณบ่อขยะในทุกจุด พร้อมทั้งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้มากขึ้นกว่าเดิม และเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องที่ดิน โดยให้ท้องถิ่นจังหวัดเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องที่ติดปัญหาอยู่” ผศ.เชาวน์วัศกล่าว
ผศ.เชาวน์วัศกล่าวอีกว่า วันนี้ปัญหาขยะไม่ได้เป็นปัญหาของผู้ใดผู้หนึ่ง เราทุกคนเป็นคนสร้างมันขึ้นมา และปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน จะให้เทศบาลเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ ทุกคนจะต้องร่วมมือกัน วันนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกัน ต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อหาทางออก สำคัญที่สุดจะต้องเริ่มจากการสร้างจิตสำนึกให้กับตัวเอง คัดแยกขยะจากต้นทาง ในครัวเรือน ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด อย่างรู้คุณค่า ซึ่งการแก้ปัญหานั้นจะต้องเดินไปพร้อมๆ กันในทุกภาคส่วน ที่สำคัญที่สุด อยากให้สื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าวสารที่เป็นกลาง ตนพร้อมที่จะให้ข้อมูลข้อเท็จจริงทุกประการ ไม่จำเป็นต้องเชียร์ ไม่จำเป็นต้องชม และไม่จำเป็นต้องทับถม แต่ขอกำลังใจให้กับคนทำงาน ตนประกาศในทุกเวทีว่าขอทำหน้าที่เพียงแค่ 2 สมัย หลังจากนั้นจะหลีกทางให้กับคนที่พร้อมเสียสละเข้ามาทำให้กับบ้านเมือง ไม่เคยปิดกั้นแต่อย่างใด แต่วันนี้ตนขอทำหน้าที่ให้เต็มที่และดีที่สุดกับบ้านเมืองเท่านั้น

